Piece of Cake

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ท้องถนนจะมีสีสันและตัวเลขมากมายหนาหูหนาตามากกว่าปกติเสียสักหน่อย

ถ้าให้พูดตามตรง ตั้งแต่ผมเองมีสิทธิ์ที่จะไปเลือกตั้งได้ตามกฎหมาย ผมเองไม่เคยจะไปเลือกสักครั้งเดียว (ไม่แม้แต่จะไปโหวตโน) ซึ่งถ้าให้พูดตามกระแสโลกปัจจุบัน ก็ออกจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าดูชมสักเท่าไหร่

ที่ผ่านมา ผมเองมักจะให้เหตุผลง่ายๆ ว่าเพราะผมเองไม่ได้สนใจการเมือง และเมื่อผมไม่คิดว่าผมมีความคิดหรือทัศนคติอะไรที่ชัดเจนว่าจะไปเลือกอะไร ผมก็เลยไม่เห็นประโยชน์ว่าผมจะต้องไปเลือกอะไร และหากการเลือกนั้นทำให้ผมเสียสิทธิ์อะไรไปบ้าง แล้วผมก็ยอมรับการที่จะเสียสิทธิ์เหล่านั้น ผมก็ไม่คิดว่าใครจะมาว่าอะไรผมได้

แต่ถ้าเป็นในปัจจุบันนี้ หากถามผมว่าทำไมผมถึงไม่ไปเลือกตั้ง คำตอบของผมคงเปลี่ยนไปสักเล็กน้อย

คงต้องยอมรับเลยครับว่า วิกฤติการณ์ทางการเมืองในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ผมเองสนใจการเมืองมากขึ้นอยู่พอควร และความใส่ใจนี้ ก็เปลี่ยนจากความ “ไม่สนใจการเมือง” ของผมกลายเป็น “ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร” มากกว่า

ความคิดเห็นผมอย่างหนึ่ง ผมมีความเชื่อว่าการเมืองคือเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์ (ซึ่งหลายๆ สำนักก็ให้นิยามไว้แบบนี้) ดังนั้นการที่ผมหรือใครจะเข้าไปยุ่งกับการเมือง แปลว่าต้องมีผลประโยชน์อะไรที่เราต้องเข้าไปปกป้องหรือแย่งชิง ซึ่งอย่างที่ผมเคยกล่าวไปตอนบล็อก Privileged Unparity Liberally Conservative ซึ่งถ้าตอนนี้ผมไม่ได้เดือดร้อน ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังถูกเอารัดเอาเปรียบอะไร ผมก็เลยไม่รู้สึกว่าผมจำเป็นต้องเข้าไปมีบทบาทอะไรในเรื่องการเมือง

ดังนั้นตอนนี้หากถามผม ผมคิดว่าการจะมาโวยวายเรื่องคอร์รัปชันโกงกินบ้านเมืองนั้นเป็นเรื่องที่โบราณเสียนี้กระไร

เพราะหากพูดให้ถูกแล้ว (ตามความคิดในเรื่องการเมืองที่นิยามไว้ตอนต้น) ทุกคนที่เข้าไปในสภาต่างมีหน้าที่จะที่ไปปกป้องผลประโยชน์ ของกลุ่มคนเหล่านั้นทั้งหมดทั้งสิ้น

ถ้ากระบวนการประชาธิปไตย ว่าด้วยการหา collective decision การตัดสินใจของคนหมู่มาก โดยอิงว่าสิ่งที่ด้วยจำนวนคนมากกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าผลประโยชน์ของการตัดสินใจบางอย่างเป็นของคนหมู่มาก คนที่เป็นส่วนน้อยก็คงจะต้องจำทน

แต่ก็อย่างว่าครับ พูดกันด้วยแนวคิดก็เรื่องหนึ่ง แต่การออกแบบระบบจนนำไปสู่การปฏิบัติมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็คงไม่แม้แต่จะมีความคิดเห็นอะไรว่าควรจะทำอะไรไปในทิศทางไหนเลย

แต่ผมก็ยังรอนะครับ ที่สักวัน ผมอาจจะไปเลือกตั้ง ด้วยความรู้สึกที่ว่าคนที่ผมเลือก เขากำลังจะไปเป็นตัวแทนที่จะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของผมได้

ไม่ใช่ว่าเค้าเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนมีความสามารถแต่อย่างใด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s