JP/US 2014 – Day 2

กำหนดการหลักๆ ในวันนี้คือการไปเที่ยว Fuji-Q Highland ที่เป็นสวนสนุกอยู่ใกล้ๆ กับภูเขาไฟฟูจิ การเดินทางต้องขึ้นรถบัสจากสถานี Shinjuku ไป ความพลาดในวันนี้เริ่มต้นที่เราออกเดินทางจากที่พักได้ช้าไปหน่อยเพราะดันตื่นสายและอีดอาดเอง จนทำให้ไปถึง Shinjuku ได้ค่อนข้างช้า ความโง่ต่อมาคือเราไม่ได้จองรถบัสเอาไว้ เพราะเนื่องจากครั้งก่อนที่เคยมาเมื่อ 4 ปีที่แล้วสามารถมาจองหน้างานได้แล้วก็ว่างๆ เลย แต่คราวนี้เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมหรืออาจะเป็นฤดูกาลเที่ยว ดูเหมือนว่าจะมีคนเดินทางไป Fuji-Q มากกว่าที่คิดไว้ เลยทำให้รอบรถบัสที่ได้เลทออกไปอีก ตอนนั้นเราจึงมีเวลาเดินหาอะไรกินแถว Shinjuku ก็ได้พบกับร้านนี้ ก็อร่อยดีและไม่ค่อยแพง

IMG_0206

จนไปถึง Fuji-Q ประมาณเที่ยงก็ตกใจเพราะคนเยอะกว่าที่คาดหวังไว้มาก แม้ว่าจะแพลนว่าจะมาวันอังคารแล้วก็ตาม เดาว่าน่าจะเป็นช่วงปิดเทอมหรืออะไรสักอย่าง จนทำให้สุดท้ายต้องรอคิวนานมาก และได้เล่นเครื่องเล่นเด่นๆ ของ Fuji-Q Highland ได้แค่ 2 เครื่องจาก 4 เครื่อง คือ Eejanaika กับ Takabisha

สำหรับอันแรก Eejanaika เป็นโรลเลอร์โคสเตอร์แบบที่ที่นั่งจะหมุนได้ 360 องศา บวกกับการตีลังกาหล่นไปมาของรางก็โหดอยู่พอสมควรเหมือนกัน เผื่อใครไม่เห็นภาพขอขโมยภาพมาแปะตามนี้

1

ส่วนเครื่องที่สอง Takabisha เป็นของใหม่ที่ครั้งที่แล้วยังไม่มี เป็นเครื่องเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ที่ได้ลงประวัติว่าชันที่สุดที่ 121 องศาโดย Guiness World Record ถ้างงว่า 121 องศาเป็นยังไงดูตามรูป (แต่ยังสงสัยว่า แล้วพวกตีลังกานี่มันวัดองศาว่าเกิน 121 ไม่ได้เรอะ)

thrill-seekers-point-at-the-takabisha-with-a-free-falling-angle-of-121-degrees-pic-afp-357174527

ตัวโรลเลอร์โคสเตอร์จะประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนในอาคารเป็นที่มืด กับส่วนที่สองจะหลุดออกมานอกตัวอาคาร ช่วงแรกจะเป็นแบบใช้แรงดันออกไป จะมีแค่ช่วงหลังก่อนหล่น 121 องศาที่จะเป็นใช้โซ่ลากขึ้นในแนว 90 องศา รถเป็นแบบ 1 คันต่อขบวน 8 คนต่อคัน 2 แถว แถวละ 4 คน มีเวลาเล่นรวมประมาณ 2 นาที

พอเล่นเสร็จกลับออกมาก็จนสวนสนุกปิดพอดี มานั่งคิดเลขดูพบว่าอีห่าราก ถ้ารู้งี้ซื้อแบบแยกเครื่องเล่นไปยังจะถูกกว่าตั้งเยอะ ไม่น่าพลาดซื้อแบบเหมารวมทั้งวันเลย

และเนื่องจากความโง่ที่ไม่จองรถบัสจนกำหนดการในวันนี้เลท เราจึงต้องทำเวลาสุดๆ พอมาถึง Shinjuku เพื่อเหาะไป Tokyo Station ให้ทัน 4 ทุ่ม ซึ่งจะเป็นเวลาที่ Shinkansen ขบวนสุดท้ายที่จะไป Nagoya เป้าหมายต่อไปของเราออกเดินทาง

ตอนที่อยู่ Tokyo ก็หิวมากเพราะไม่ได้กินข้าวเย็น และต้องรีบกินอย่างรวดเร็ว ก็เดินๆ หาแล้วตกลงว่าเจอร้านไหนร้านแรกจะกินเลย ปรากฏไปเจอร้านสเต็กที่หรูหราและอร่อยมาก น่าเสียดายที่เราต้องกระเดื๊อกเข้าไปให้หมดใน 10 นาทีเพื่อให้ทันรถไฟ ไม่มีโอกาสได้ชื่นชมความอร่อยและความน่ารัก[1]ของพนักงาน

เมื่อไปถึง Nagoya เราก็ไปพักที่บ้านโฮสต์จาก Airbnb ชื่อว่า Koji ซึ่งก็ได้บรรยากาศบ้านบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เราได้พักในห้องชั้น 3 ตามภาพนี้ ก็ถือว่าอยู่ได้อบอุ่นดี น่าเสียดายที่กว่าจะไปถึงก็เที่ยงคืนกว่าๆ แล้ว จึงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับ Koji มาก

IMG_0320_2

ความน่าตื่นเต้นของการพักที่บ้าน Koji คือในตอนกลางคืนระหว่างที่หลับไปแล้ว อยู่ๆ แทนก็ร้อง “อ๊า…!” ออกมา แว้บแรกผมก็คิดในใจว่าเห้ยละเมออีกแล้วปะวะ เพราะคืนที่แล้วตอนนอนที่แคปซูลก็มีละเมอมาสองสามครั้ง แต่เพื่อความแน่ใจก็เลยถามไปทีนึงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แทนก็บอกว่ารู้สึกว่าโดนผีหลอก เป็นผีอำ ขยับตัวไม่ได้ แล้วรู้สึกมากๆ ว่ามีคนมาจับที่ไหล่ ซึ่งก็ไม่ใช่ฉันแน่ๆ เพราะก็นอนอยู่ดีๆ แถมไหล่ฝั่งที่โดนจับเป็นอีกฝั่งหนึ่ง หลังจากนั้นแทนก็เล่าสิ่งที่ฝันโดยละเอียดก่อนจะรู้สึกว่าโดนหลอก ไอ้เราก็เหี้ยละ เลยกลัวไปด้วย นอนไม่หลับกันทั้งสองคน สุดท้ายกลัวกันไปกลัวกันมา กว่าจะได้หลับก็ประมาณตี 4 ตี 5 ได้ จะบ้า!

[1] เฉพาะผู้อ่านผู้ชายที่มีรสนิยมชื่นชอบช่องคลอด หรือผู้อ่านที่มีช่องคลอดและชื่นชอบผู้หญิง

หมายเหตุ: โพสท์นี้เป็นโพสท์ย้อนหลัง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s