JP/US 2014 – Day 10

และแล้วก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายที่ญี่ปุ่น ในวันนี้เรามีกำหนดการในการช็อปปิ้งเป็นหลักอย่างเดียว ก่อนที่ในตอนเย็นจะเดินทางกลับที่สนามบิน Haneda โดยที่ทั้งสามคนออกเดินทางเวลาไล่เลี่ยกัน แต่คนละเที่ยวบินทั้งหมด ของผมเป็น JL ไป SFO ในขณะที่แทนเป็น JL กลับ BKK และกรเป็น NH กลับ BKK

ตอนเช้าหลังจากที่เก็บของ เช็คเอ้าท์และกินข้าวเช้า เราก็ตัดสินค่อยๆ เดินจากแถว Kanda ที่อยู่มายัง Akihabara โดยแทนมีเป้าหมายสำคัญที่จะไปร้านเซ็กซ์ช็อปซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปข้างใน แต่ละคนก็ได้ของติดไม้ติดมือกันมาคนละนิด ยกเว้นแทนที่เยอะมาก ฮ่าๆ

หลังจากนั้นเราก็ไปที่ Yodabashi ที่เป็นศูนย์รวมขายของไอทีและใกล้เคียงที่ใหญ่มาก ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยมาญี่ปุ่นก็เคยใช้บริการแล้วเพื่อซื้อกันดั้มให้เบสท์กับหยอดกาชาปองมากมายไว้เป็นของฝาก ทีแรกเกือบบ้าจี้ซื้อกันดั้ม PG กลับมาให้เบสท์แล้ว แต่ไม่สามารถหาวิธีจะขนกลับมาได้ เลยไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ

พอซื้อของต่างๆ กันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางมายังสนามบิน Haneda เพื่อเตรียมที่จะเดินทางกลับ จัดการกระเป๋าต่างๆ ของผมเองก็ฝากแทนกลับกรุงเทพฯ ไปเพราะจะต้องไปอเมริกาต่อ ก่อนที่เราจะออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนทุกคน โดยรวมแล้วในวันนี้เราแทบจะไม่ได้ถ่ายรูปกันเลย เลยจะมีแค่เพียงภาพเซลฟี่รวมสุดท้ายก่อนแยกย้ายขึ้นเครื่องที่สนามบินภาพนี้

IMG_1090

สำหรับผมเองก็ต้องเดินทางมายัง SFO ต่อด้วย JL2 ซึ่งน่าตื่นเต้นตรงที่เป็นเครื่องใหม่ Boeing 787 ก็เลยมีหลายอย่างที่ว้าวอยู่บ้าง (บางอย่างอาจจะเคยมีในเครื่องเก่ากว่านี้ที่อื่น แต่ผมอาจจะไม่เคยขึ้นก็ได้ ขออภัยมา ณ โอกาสนี้) และหลายๆ อย่างเป็นฟีเจอร์ภายในห้องโดยสารที่ไม่แน่ใจว่าในทางเทคนิกแล้วอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการที่เป็น 787 เท่ากับการที่เป็นเครื่องใหม่มากกว่า น่าเสียดายที่รอบนี้ที่ว่างเยอะ อดอัปเกรดเป็น Business Class ฮา…

อย่างแรกคือ ไฟต่างๆ ในห้องโดยสารเหมือนจะกลายเป็นไฟ LED หมดแล้ว แล้วไฟเหลืองๆ ก็เปลี่ยนเป็นไฟขาวทั้งหมด จริงๆ อันนี้ก็ออกจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะสำหรับไฟที่ส่องที่นั่งพอเป็นสีขาวก็รู้สึกว่าแรงกว่าสีเหลืองไปพอสมควรเหมือนกัน

ต่อมาสิ่งที่สังเกตเห็นคือไฟห้องโดยสารทั้งหมดเปลี่ยนสี โดยตอนแรกที่ออกตอนกลางคืนไฟจะเป็นสีฟ้าๆ จนพอปิดไฟให้นอนก็กลายเป็นน้ำเงินเข้ม แล้วจำได้เลยว่าพอดีตื่นตอนจังหวัดเขาจะปลุกมาทานข้าวเช้าก่อนเครื่องลงพอดี เลยได้มีโอกาสเห็นไฟสีน้ำเงินที่ค่อยๆ เฟดเป็นสีแดง ส้ม จนกลายเป็นเหลือง เลียนแบบกับพระอาทิตย์ขึ้นอย่างไงอย่างงั้น

IMG_7826

 

IMG_7837

นอกเหนือจากไฟ สิ่งที่ช่วยรักษาบรรยากาศในห้องโดยสารอีกอย่างคือกระจกปรับแสงอัตโนมัติ ที่พออยู่ในช่วงที่อยากให้ผู้โดยสารนอน กระจกทั้งหมดก็จะปรับให้กรองแสง แม้ว่าข้างนอกจะสว่างแค่ไหน แต่ก็จะดูเหมือนกับเป็นตอนเย็นอยู่ จนถึงตอนที่จะให้ผู้โดยสารตื่น เขาก็ปรับกระจกทั้งลำให้มันสว่างขึ้นมาได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้โดยสารยังสามารถปรับกระจกของตัวเองได้ด้วยปุ่มอยู่ดีเหมือนกัน

IMG_7839

IMG_7838

สำหรับที่นั่ง คราวนี้เจอที่ชาร์จ USB เพิ่มมาให้ด้วย (ส่วน AC ก็มีเหมือนกัน แต่เห็นว่าหลายๆ ที่เดี๋ยวนี้มีหมดแล้ว) ที่น่าสนใจคือมี Composite-in สำหรับเสียบอะไรก็ตามที่อยากใช้จอที่นั่งเราดูแทนได้ สำหรับจอเป็นไวด์สกรีนแบบสัมผัสได้ แต่ยังเป็นแบบ resistive นะ

IMG_7829

IMG_7840

อย่างเดียวที่อยากจะบ่นกับเที่ยวบินนี้คืออาหาร ไม่เอาอ่าวจริงๆ รอบแรกเป็นแซนด์วิชอย่างเดียว กับรอบสองเป็นขนมปังกับซุป ถือว่าแย่มากเทียบกับเที่ยวบิน 10 ชั่วโมง

IMG_7836

หลังจากนั้นก็วาร์ปมาถึง San Francisco ตอนเวลาประมาณสี่โมงเย็นของวันที่ 19 (เหมือนนั่งไทม์แมชชีนกลับมา) ก็นั่งใช้ Wi-Fi ฟรีที่สนามบินอยู่สักพัก ก่อนที่จะออกเดินทางมาในตัวเมืองโดยนั่งรถไฟ BART มา คุณพระ การที่มาจากญี่ปุ่นที่รถไฟกิ๊บเก๋แล้วมาเจอรถไฟเก่าๆ ห่วยๆ นี่ช่างขัดอารมณ์

พอมาถึงก็เดินไปเจอกับตั้มที่โรงแรม ระหว่างทางเจอ Apple Store ก็แวะเข้าไปฉี่ทับ ก่อนที่จะเจอกับตั้ม ออกมาหาอะไรกิน แล้วก็เป็นอันสิ้นสุดอีกวันหนึ่ง

อาห์… คิดถึงปริมาณอาหารจุใจสไตล์อเมริกันจริงๆ

IMG_7848

หมายเหตุ: โพสท์นี้เป็นโพสท์ย้อนหลัง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s