สำหรับทริปครั้งนี้ก็มีโอกาสได้ไปพักโรงแรมใน SPG ที่โตเกียวที่เคยเล็งๆ ไว้หลายรอบแต่ไม่ได้เคยไปสักที คือ The Prince Gallery Tokyo Kioicho โดยโรงแรมนี้จะอยู่ในแบรนด์ The Luxury Collection เพราะงั้นระดับของมันก็จะประมาณเดียวกับ St.Regis หรือ W ที่มีความเป็นเอกเทศน์ของตัวเองในแต่ละโรงแรมอยู่ และสุดท้ายตัดสินใจพักเพราะคำนวณแล้วจะเป็นการปิดปีนี้ด้วยคืนที่ 75 ได้เป็น Platinum Premier พอดี

รอบนี้เริ่มแรกจองไว้ตั้งแต่เมื่อกลางๆ ปีในเรทประมาณ 70,000 เยน แต่พอมาใกล้ๆ ช่วง พ.ย. ปรากฎมันมีลดราคาของโรงแรม เลยเปลี่ยนมาจองเรทใหม่ที่ประมาณ 40,000 เยน ทำให้สุดท้ายรวมเบ็ดเสร็จทั้งภาษีและชาร์จต่างๆ รวมถึงที่กินในโรงแรมด้วย เบ็ดเสร็จรอบนี้ค่าเสียหายรวมประมาณ 50,000 เยนสำหรับหนึ่งคืนพอดี

น่าเสียดายว่ารอบนี้แม้ว่าจะใช้ Suite Night Award ไปด้วย แต่ปรากฎว่าไม่ผ่าน ไม่มีห้องว่าง และจนเช็คอินจริงๆ ก็ได้อัปเกรดแค่เป็นห้องธรรมดาใน Club Floor ไม่ได้แม้แต่เป็นห้องระดับสูงขึ้นแต่อย่างใด

The Hotel

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งความเจ๋งคือมีถึง 5 สายที่มาตัดกันตรงนี้ใน 2 สถานีใกล้ๆ กัน ได้แก่

  • สถานี Akasaka-mitsuke สาย Marunouchi (แดง) และ Ginza (ส้ม)
  • สถานี Nagatacho สาย Namboku (เขียวน้ำทะเล), Yurakucho (เหลือง) และ Hanzomon (ม่วง)

Screen Shot 2018-12-13 at 09.49.32.png

โรงแรมจะอยู่ในตึก Tokyo Garden Terrace ซึ่งเป็นตึกมิกซ์ยูส โรงแรมจะอยู่ชั้น 30 – 36 (7 ชั้น) โดยล็อบบี้จะอยู่ที่ชั้น 36

ห้องพักต่างๆ ในโรงแรมจะอยู่ชั้นที่ 31 – 36 โดยมี Club Lounge อยู่ที่ชั้น 34 และพวกฟิตเนส สปา ห้องอาบน้ำรวมจะอยู่ที่ชั้น 30

Check-in

การเช็คอินก็จะทำที่ล็อบบี้ชั้น 36 โดยเขาให้เรานั่งรออยู่ตรงล็อบบี้พร้อมกับขอพาสปอร์ตไป แล้วจึงไปเตรียมกุญแจมาให้ กระบวนการทุกอย่างทำโดยที่เรานั่งอยู่ที่ล็อบบี้และเขาเดินไปเดินมาทำนั่นนี่ให้ตลอด จนกระทั้งได้กุญแจมา โดยครั้งนี้ได้พักที่ห้อง 3414 เป็นห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับ Club Lounge พอดี

IMG_9719

การเดินเข้าที่พักจะต้องไปลิฟต์แยกพิเศษอีกที่จะวิ่งเฉพาะชั้น 30 – 36 ลิฟต์ที่นี่จะไม่ได้มีการใช้กุญแจ แต่จากล็อบบี้จะเข้าลิฟต์จะมีประตูกั้นที่ต้องใช้กุญแจของเรา รวมถึงว่าพอไปถึงชั้นต่างๆ แล้วก็จะมีประตูกั้นอีกก่อนที่จะเข้าส่วนของทางเดินในห้องต่างๆ แม้ว่าจะไม่ได้ลอง แต่ก็เดาว่าบัตรของเราน่าจะไปเปิดประตูชั้นอื่นไม่ได้

Guest Room

ห้องที่ได้เป็นห้อง Club Deluxe ซึ่งจริงๆ ก็คือห้องเบสิกที่อยู่ชั้น Club Floor เพราะงั้นตัวห้องน่าจะไม่ต่างกันแต่อย่างใด

เมื่อเดินเข้ามาก็จะเป็นฟอร์มของโรงแรมปกติ ทางเดินเข้ามา ห้องน้ำอยู่ด้านข้าง แล้วเป็นห้อง มีเตียง มีโต๊ะตามปกติ

IMG_9781

สำหรับห้องน้ำจเป็นกระจกใสที่กดปุ่มให้กลายเป็นฝ้าขึ้นมาได้ ห้องน้ำค่อนข้างใหญ่มาก พวกข้าวของเครื่องใช้ก็เยอะด้วยความที่เป็นโรงแรมญี่ปุ่นที่มักจะเยอะอยู่แล้ว นี่เยอะขึ้นไปอีกระดับ มีทั้งฟองน้ำและผ้าขัดตัวอาบน้ำ ทุกอย่างคุณภาพดูดี สำหรับแปรงสีฟันก็จะเป็นแนวญี่ปุ่นคือสองอันต้องคนละสี

นอกจากนี้ส้วมก็เป็นส้วมแบบญี่ปุ่นกดอัตโนมัติตามปกติ ที่ว้าวหน่อยคือฝามันจะปิดเอง และเปิดเองเวลาเราเข้าไป (แบบห้องน้ำ Central Embassy)

ส่วนสบู่ยาสระผมใช้ของยี่ห้อ Remède เป็นยี่ห้อของ St.Regis โดยส่วนตัวชอบเพราะสบู่จะเป็นแบบมีเม็ดบีดส์ด้วย (แต่ทำลายสิ่งแวดล้อม)

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เบสิกก็จะเป็นมินิบาร์ จานชามพื้นฐานทั่วไป ผ้าคลุมอาบน้ำ กาต้มน้ำ เครื่องทำกาแฟ (ลืมถ่ายรูป) และเนื่องจากเป็นโรงแรมญี่ปุ่นก็เลยต้องมีชุดนอนด้วย แต่ทีนี่มีให้เลือกทั้งแบบญี่ปุ่น กับแบบตะวันตก (ลืมถ่ายชุดนอนญี่ปุ่นมา)

แต่อย่างนึงที่ชอบโดยเฉพาะสำหรับสายไอทีอย่างเรา คือห้องจะมีการควบคุมอะไรที่เยอะมาก มีแผงคุมนั่นนี่เต็มไปหมด โดยทุกที่ดีไซน์มาเหมือนกันหมดเป็นระบบสัมผัส (อันนี้ถ่ายมาไม่หมดทั้งห้องด้วย)

นอกจากนี้ที่หัวเตียงเราจะมี iPad ที่สามารถใช้ดูข้อมูลบริการต่างๆ ของโรงแรมได้ สามารถใช้กดสั่งขออุปกรณ์หรือของในห้องต่างๆ เพิ่ม หรือแม้แต่สั่งอาหารรูมเซอร์วิสได้ด้วย ที่ว้าวที่สุดอีกอย่างคือ ใช้เปิดปิดไฟหรือม่านในห้องได้ด้วย

ห้องนอนจะมีแม่บ้านมาเทิร์นดาวน์ให้ตอนค่ำๆ โดยจะเอาช็อกโกแล็ตมาให้ พร้อมกับเอาชุดนอนมาวางไว้บนเตียง และเก็บทำความสะอาดห้องทั่วไป

Club Lounge

สำหรับ Club Lounge ที่นี่สามารถเข้าได้สำหรับแขกห้อง Club Floor หรือ Suite หรือสมาชิกระดับ Platinum ขึ้นไป โดยมีเวลาให้บริการทั่วไป 07:00 – 22:00 โดยมีเวลาให้บริการอาหารต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เครื่องดื่ม 07:00 – 21:30
  • อาหารเช้า 07:00 – 10:30
  • ขนมและชาช่วงบ่าย 14:30 – 16:30
  • ค็อกเทล 17:00 – 19:00

โดยวิวจาก Club Lounge จะเป็นด้านที่เห็น Tokyo Tower พอดีด้วย

IMG_9735 (1)

ที่ค่อนข้างต่างกับที่อื่นที่เคยไปคือ มีการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาอื่นๆ นอกจากเย็นด้วย แต่จะมีแค่เบียร์อย่างเดียว (เป็น Asahi Dry Premium) โดยในรอบนี้ได้ไปใช้บริการสองส่วนหลักๆ คือช่วงบ่ายและช่วงเย็น

สำหรับช่วงบ่ายจะมีขนมและชา ขนมมีให้เลือกหลากหลายมากทั้งแบบขนมญี่ปุ่นและขนมตะวันตก ทั้งนี้ต้องขออภัยที่ถ่ายรูป Club Lounge มาไม่ได้เลยเพราะมีคนอยู่ และญี่ปุ่นจะต้องระวังเรื่องถ่ายรูปติดคนมาก

ส่วนค็อกเทลช่วงเย็นจะมีพวกของเรียกน้ำย่อยต่างๆ และเหล้าเพิ่มเข้ามา ซึ่งอาหารถือว่าดี แต่ปริมาณน่าจะไม่สามารถแทนมื้อเย็นได้ (ต่างกับที่อื่นๆ ในเอเชียที่มักจะเยอะจนแทนมื้อเย็นได้) เช่นเดิม ไม่มีรูปเท่าไหร่ ถ่ายมาได้แต่เหล้าแบบเบลอๆ

ทั้งนี้ Club Lounge ค่อนข้างเล็ก และช่วงเย็นเต็มด้วยต้องกลับมารอที่ห้องให้เค้าโทรมาตามไปอีกที

Bar

บาร์ที่นี่ชื่อว่า Sky Gallery Lounge Levita อยู่ที่ชั้น 36 แต่ต้องเดินลงบันใดลงไป มีโอกาสได้ไปใช้บริการตอนดึกๆ ราคาเครื่องดื่มจะอยู่ที่ประมาณเกือบ 2,000 เยนสำหรับม็อกเทล และเกือบ 3,000 เยนสำหรับค็อกเทล ทั้งนี้สมาชิก Silver จะได้ลด 10%, Gold 15% และ Platinum ขึ้นไปลด 20%

เสริมอีกนิด ตอนกลางคืนออกมาเดินเล่นข้างนอก ด้านหน้าตึกมีต้นไม้คริสตัลอยู่ และมีตึกเก่าอยู่ข้างๆ

Breakfast

อาหารเช้าเราสามารถเลือกได้ว่าจะทานที่ห้องอาหารหรือ Club Lounge โดยสุดท้ายตัดสินใจว่าจะไปทานที่ห้องอาหารเพราะคิดว่าคนไม่น่าเยอะ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ มีที่นั่งเหลือเฟือ

IMG_0167

อาหารเราสามารถเลือกได้ 3 แบบ คือจะเป็นแบบบุฟเฟต์ อาหารเซ็ตแบบญี่ปุ่น หรืออาหารเซ็ตแบบตะวันตก สุดท้ายก็เลือกแบบบุฟเฟต์จะได้แดกไม่อั้นมีตัวเลือกที่หลากหลาย โดยอาหารก็เป็นลักษณะทั่วไป โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เจ๋งมากขนาดนั้น เพราะรู้สึกว่าเคยไปโรงแรมที่ประทับใจอาหารเช้ากว่านี้ แต่ก็มีความเนี้ยบอะไรบางอย่างอยู่ และค่อนข้างเน้นของหรู

ทั้งนี้การเลือกแบบบุฟเฟต์จะเลือกไข่ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งก็เลือกมาเป็น Foie Gras Omelette ตามภาพด้านบน ตับห่านนิ่มมาก โดนลิ้นละลายเลย

Spa

สปา ฟิตเนส และห้องอาบน้ำรวมจะอยู่ที่ชั้น 30 โดยตอนเช้าก่อนเช็คเอาท์ก็ได้มีโอกาสไปใช้บริการห้องอาบน้ำร้อนด้วย ซึ่งกระบวนการใช้งานก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ สามารถไปขอกุญแจล็อกเกอร์จากพนักงานได้ (ในรูปคือรอจังหวะไม่มีคนเลยแล้วถ่ายรูปมา)

สรุป

เป็นการปักหมุดโรงแรมที่อยากพักอีกที่ แต่ด้วยราคาขนาดนี้ก็ไม่ได้แน่ใจว่าจะอยากมาอีก เว้นแต่จะเป็นการแวะพักหนึ่งคืนที่อยากจะรีแลกซ์หรือใช้เวลาในโรงแรมเยอะจริงๆ แบบครั้งนี้ (เพราะเรื่องหนึ่งคือญี่ปุ่นโรงแรมจะถูกแค่ไหนยังไงก็สะอาด เพราะงั้นก็เลยไม่ได้เป็นประเด็นมากที่จะต้องอยู่โรงแรมแพง)

การบริการของพนักงานแม้ว่าจะดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเกินความคาดหมายในมาตรฐานญี่ปุ่นไปขนาดนั้น ส่วนที่ประทับใจน่าจะเป็นบรรยากาศและตัวห้องพักมากกว่า ส่วนอาหารชอบขนมใน Club Lounge ช่วงบ่ายมาก แต่สำหรับช่วงเย็นค่อนข้างเฉยๆ

แต่ถ้าคิดว่าหาเรทได้ในช่วงไม่เกิน 30,000 – 40,000 เยน ก็ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s