และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้กลับมาออสเตรเลียหลังจากโควิด ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าเป็นประเทศท้ายๆ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาพอดีก่อนที่จะปิดประเทศกันหมด เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลของทริปนี้เกิดขึ้นจากการที่เดิมมีตั๋วการบินไทยที่เริ่มต้นที่ประเทศ Sydney ไว้ แล้วก็เลยวางแผนที่จะมาแล้วพบว่าสามารถจองตัวของ Qantas แบบเส้นทาง BKK-SIN-PER-SYD ในราคาที่แพงขึ้นมาจาก BKK-SYD นิดหน่อย เลยตัดสินใจว่าก็เลยถือว่าได้แวะเที่ยวที่ Perth เป็นครั้งแรกด้วยเลยแล้วกัน

การเดินทางในครั้งนี้มาด้วยเที่ยวบินที่ออกจาก SIN มาตอนเย็นๆ แล้วมาถึงที่ PER ตอนประมาณเที่ยงคืน เท่ากับว่าเหมือนต้องเสียโรงแรมไปฟรีๆ คืนนึง (แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเที่ยวบินมีไม่เยอะ) และเนื่องจากว่ากว่าจะมาถึงก็เที่ยงคืนแล้ว จะไม่มีขนส่งสาธารณะให้ใช้ เลยตัดสินใจใช้บริการรถรับส่งสนามบินฟรีของบัตร Citi Prestige (ที่เมื่อก่อนไม่ค่อยได้ใช้เสียดายมาก) เพราะคิดว่าน่าจะคุ้มค่า Uber ที่ลองดูเล่นๆ ว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 700 – 1,000 บาท

สำหรับโรงแรมที่พักในครั้งนี้คือ Four Points by Sheraton Perth ที่จองมาได้ในเรทแสนถูกตั้งแต่ก่อนที่โรงแรมจะปรับราคากันขึ้นมามหาโหดอย่างไร้เหตุผล โดยได้เฉลี่ยรวมๆ ที่ประมาณ AUD 750 สำหรับ 6 คืน (เผื่อใครไม่รู้ โรงแรมออสเตรเลียไม่มีภาษี)

สำหรับเรื่องประสบการณ์บนเครื่องบินและโรงแรมคงจะแยกเป็นโพสต์อีกทีนึง

พอตื่นเช้ามาวันแรกก็จองทัวร์เดินรอบเมือง Perth ไว้ตั้งแต่ก่อนมาผ่าน Airbnb (แต่คนจัดทัวร์เป็นบริษัทเลยไม่ใช่รายย่อย) โดยมีเรื่องลุ้นระทึกตอนเช้านิดนึงเพราะว่าเมื่อคืนมาถึงดึกเลยยังไม่ได้ซื้อซิมการ์ด ตอนเช้าเลยต้องไปเฝ้าหน้าร้านมือถือเพื่อรอซื้อซิมตอนร้านเปิด 09:00 ก่อนที่จะรีบเหาะไปจุดนัดพบทัวร์เวลา 09:30

จุดนัดพบคือ Digital Tower ที่ Yagan Square

จุดนัดพบคือ Yagan Square เป็นพื้นที่สร้างใหม่ทับบนรางรถไฟเดิมกลายเป็นที่สาธารณะ และตั้งชื่อตาม Yagan ซึ่งเป็นนักรบออสเตรเลียท้องถิ่น (Aboriginal Australian) ที่มีประวัติต่อสู้กับคนขาวสมัยช่วงล่าอาณานิคมในช่วงศตวรรษที่ 19 และสุดท้ายเสียชีวิตเพราะถูกฆ่าเพราะถูกตั้งค่าหัวไว้โดยทางการ และเพราะช่วงหลังๆ ออสเตรเลียจะมีความตั้งใจในการสร้างความรับรู้ถึงความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นสมัยช่วงล่าอาณานิคม จึงคาดว่าเลยเลือกใช้ชื่อนี้ในการตั้งชื่อสถานที่

รูปปั้น Yagan

หลังจากนั้นก็เดินไปรอบๆ โซน CBD ของ Perth ซึ่งบางจุดก็จำได้ว่ามีเรื่องอะไร บางจุดก็ลืมว่าเค้าอธิบายอะไร ไม่ก็สมาธิหลุด ขอเล่าด้วยภาพไปเรื่อยๆ ดังต่อไปนี้ (ไม่ได้เรียงลำดับ)

รูปปั้นที่คน Perth เรียกว่า Cactus แต่จริงๆ มันชื่อ Grow Your Own คนออกแบบบอกว่าเป็นคลื่นหัวใจของเมือง Perth
ตึกที่เดิมเป็นของ Australia Post แต่ว่าขายไปปัจจุบันเป็นของ H&M
รูปปั้นตราอาร์มของออสเตรเลีย แต่จิงโจ้หันกลับมาอีกด้าน มีเรื่องเล่าขำขันว่าเมือง Perth จ่ายเงินสถาปนิกช้า เค้าเลยย้ายหน้าจิงโจ้ให้หันไปทางศาลากลางเมืองทวงเงิน
Bell Tower
ใต้ Bell Tower มีคู่รักมาล็อกกุญแจไว้เต็มไปหมด
รูปปั้นแทนภาพในจินตนาการของคนพื้นเมืองออสเตรเลียสมัยเห็นเรือของตะวันตกเข้ามา แล้วเข้าใจว่าเป็นบรรพบุรุษกลับมาหา
ร้านอาหารไทย “ลองชิม” มีงานของ ALEX FACE ด้วย
หน้าโบสถ์ St George’s เป็นรูปปั้นที่เป็นหอกอะไรสักอย่างในไบเบิล (หรือเปล่านะ?) ใช้แทงความชั่วร้าย (สีดำๆ ข้างล่าง)

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับทัวร์ครั้งนี้คือ เวลาไกด์พูดถึงรูปปั้น ตึก หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของ Perth เขามักจะเล่าต่อว่าคน Perth มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับเรื่องเหล่านั้น คิดว่าเมืองใช้เงินคุ้มไม่คุ้มอย่างไร เลยรู้สึกได้ว่าเออเขารู้สึกเป็นเจ้าของเมืองเขาเองเนอะ ย้อนกลับมาดูทำไมเราไม่เคยรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของกรุงเทพเลยนะ?

หลังจากนั้นช่วงบ่าย เดิมตั้งแต่ใจว่าจะไปพวกพิพิธภัณฑ์ศิลปะ แต่ว่าเนื่องจากดูพยากรณ์อากาศแล้วจะแจ่มใสถึงแค่บ่ายๆ นี้ แล้วจะฝนตกไปอีกสองสามวัน เลยตัดสินใจเก็บพิพิธภัณฑ์ไว้วันฝนตก แล้วเลือกไปเดินเล่น Kings Park แทน

Kings Park เป็นสวนสาธารณะที่น่าจะใหญ่ที่สุดของ Perth แล้ว แล้วเป็นมุมที่สามารถมองข้ามมาเห็นตัว CBD ได้พอดี เดินไปได้นิดเดียวก็รู้สึกเจ็บขา เลยตัดสินใจว่าน่าจะเดินได้ไม่ครบแล้วกลับมาโรงแรมดีกว่า (ใหญ่มากจริงๆ แอบดูพวกทัวร์เดินฟรีเค้าใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมงที่นี่)

หลังจากนั้นก็รีบหนีฝนกลับมาที่โรงแรม กลับมานั่งทำงานต่อ เป็นอันจบวันแรกของทริป Perth

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s