และแล้วก็มาถึงเวลากลับบ้าน โดยแผนการเดินทางคือการบินไฟลท์สุดท้ายของตั๋ว Qantas ที่ซื้อมาจาก Perth ไป Sydney โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะพักที่ Sydney หนึ่งคืน แล้วกลับด้วยการบินไทยในเช้าวันถัดไป

สำหรับแผนการไปสนามบิน ตอนแรกวางแผนไว้ว่ากะจะนั่ง Uber ไป เพราะลองกดราคาตอนกลางคืนแล้วได้ประมาณ AUD 30 แต่ปรากฎพอถึงเวลาเช้าจริงๆ กดเจอราคา AUD 50 เลยยอมว่าลากกระเป๋าไปนั่งรถบัสสาย 40 ในราคา AUD 5 แทนแล้วกัน

เนื่องจากงก เลยยอมเดินลากกระเป๋า 1 กิโลเมตรเพื่อไปขึ้นรถบัสสาย 40 เป็นรถบัสไปสนามบิน Terminal 3/4 ค่าโดยสาร AUD 5 ต่อคน
ที่ป้ายมีจอบอกเวลารถที่จะมา เป็นจอแบบ Kindle (ไม่รู้เรียกว่าอะไร ที่เป็นขาวดำแบบรีเฟรชช้า)

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็มาถึงสนามบินเรียบร้อย เนื่องจากว่าเช็คอินมาเรียบร้อยแล้ว มาถึงก็แค่เอา QR ที่มีมาแสกนที่เครื่องเพื่อพิมพ์ป้ายกระเป๋าที่จะโหลด ติดป้ายกระเป๋า เอาไปวางบนเครื่อง แล้วก็จบเรียบร้อย ที่น่าสนใจคือบนจอที่ทำรายการมีโหมดให้แสกน QR เพื่อทำรายการแทนการแตะที่จอด้วย

หน้าจอสำหรับพิมพ์ป้ายกระเป๋าโหลด สามารถทำรายการต่อโดยการแสกน QR ด้วยมือถือตัวเองได้ ไม่ต้องจับจอ
ป้ายกระเป๋าที่พิมพ์ออกมา กำลังเตรียมไปวางที่เครื่องรับกระเป๋า

หลังจากนั้นก็เข้าไปยังฝั่งเตรียมขึ้นเครื่อง แล้วก็แวะ Qantas Perth Domestic Business Class Lounge ดู แล้วก็ค้นพบว่าไม่ประทับใจเท่าสมัยที่เคยไปที่ Brisbane อาหารมีไม่เยอะเท่า ไม่รู้เกี่ยวกับเวลาด้วยไหม แต่ที่แปลกใจคือไม่มีโค้กกระป๋อง ต้องสั่งเอาจากบาร์เท่านั้น (แบบที่กดมาจากสายของบาร์เทนเดอร์)

หลังจากนั้นก็ใช้เวลานั่งเคลียร์งานอยู่สักพัก แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง โดยที่เครื่องเริ่มบอร์ดเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย ไปถึงก็เริ่มบอร์ดกันแล้ว ค้นพบความน่าสนใจคือป้ายหน้าทางขึ้นเครื่องจะสลับชื่อเมืองระหว่าง Sydney กับ Gadigal Country ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มคนออสเตรเลียท้องถิ่นเดิมที่อยู่ตรง Sydney

หลังจากนั้นบนไฟลท์ 4 ชั่วโมงนี้ก็ได้โอกาสดู Dexter: New Blood ต่อให้จบถึงตอนที่ 8 (เท่าที่มันมีให้ดู) โดยบนเครื่อง 737 เกือบทุกเครื่องของ Qantas (รวมถึงเครื่องนี้) ที่บินภายในประเทศจะมี Wi-Fi ฟรีที่เร็วมาก เร็วแบบดู YouTube ได้เลย

ส่วนอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องจะใส่ไว้เป็นกล่อง คุณภาพถือว่าไม่แย่ ช้อนมีดส้อมที่มีให้เป็นแบบไม้ และยังคงความเป็นออสเตรเลียด้วยการที่แจกไวน์เยอะมาก คือมีเป็นขวดเล็กๆ ให้เป็นคนๆ ไปเลย

พอไปถึง Sydney ปรากฎต้องรอกระเป๋านานมาก แต่ก็มีป้ายขึ้นบอกไว้ว่าต้องขออภัยในความล่าช้าเนื่องจากตอนนี้ขาดคน แล้วก็ต่อด้วยป้ายประกาศรับสมัครงานต่อเลย

เผื่อใครอยากย้ายประเทศ

หลังจากนั้นก็เดินลากประเป๋าไปสัก 20 นาทีไปโรงแรม Travelodge Sydney Airport Hotel ซึ่งไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการที่ได้ไวน์ฟรี 1 ขวดให้วุ่นวายต้องโหลดกลับไทย (จากการเป็นสมาชิก Hotels.com ระดับ Gold)

เช้าวันต่อมาต้องรีบแหกขี้ตาตื่นมาตอน 7 โมง ซึ่งที่ Sydney เวลาจะห่างจาก Perth มาอีกสองชั่วโมง เท่ากับว่าเป็นห่างจากไทยสามชั่วโมง หรือก็เท่ากับว่าต้องตื่นตี 4 นั่นเอง โดยคราวนี้ได้ใช้บริการ Uber ในราคา AUD 15

พอมาถึงสนามบินก็คล้ายๆ เดิมที่เคยมา มาเช็คอินโหลดกระเป๋า คราวนี้เลือกมาใช้เลาน์จของ Singapore Airlines ทานขนมจีบฮะเก๋า ก่อนที่จะไปขึ้นเครื่อง

คราวนี้ได้บินเป็นเครื่อง 777 แบบที่นั่งนอนราบ (ไม่ใช่หอยปลอม) แต่เป็นเครื่องที่ไม่มี Wi-Fi สภาพค่อนข้างเก่าพอสมควร ส่วนอาหารการกินก็ตามมาตรฐานการบินไทยปกติ ที่น่าสนใจคือรอบนี้มีเมนูพิเศษให้ทานตอนช่วงระหว่างมื้อคือชาไทยเฉาก๊วย และเนื่องจากเป็นเที่ยวบินที่แวะภูเก็ตก่อนมาถึงกรุงเทพ เลยมีอีกมื้อให้ทานตอนระหว่างภูเก็ตกับกรุงเทพปิดท้ายอีกที

เอาว่าขอเล่าด้วยภาพเลย

เป็นอันจบทริป Perth ในคราวนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะไม่จำเป็นต้องมาอีกแล้ว เว้นแต่จะมาหลายๆ คนแล้วเช่ารถไปหลายๆ ที่รอบนอก เป็นอันว่าปักหมุดเมืองหลักในออสเตรเลียไปอีกเมือง ร่วมกับ Sydney, Melbourne, Brisbane และ Hobart

พบกันใหม่สำหรับ Boston ในเดือนหน้า สวัสดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s