Review: Cathay Pacific ‘The Wing, First’ Lounge HKG

Review: Cathay Pacific ‘The Wing, First’ Lounge HKG

เมื่อวานได้มีโอกาสบิน Cathay Pacific (CX) และเปลี่ยนเครื่องที่ HKG เป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้ Qantas Platinum มา เลยได้มีโอกาสจะได้เข้าเลานจ์ชั้น First Class ของ CX เป็นครั้งแรก ซึ่งเลานจ์ของ CX ที่ HKG ไม่ว่าจะชั้น Business หรือ First ถือว่าเป็นหนึ่งในเลานจ์ที่มีคนพูดถึงอยู่บ่อยๆ และมักติดอันดับต้นๆ เวลามีใครจัดอันดับอะไรพวกนี้ เพราะงั้นเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ

สำหรับเลานจ์ของ CX ใน HKG จะมีอยู่เยอะมาก ส่วนใหญ่ตั้งชื่อขึ้นต้นด้วย the กันหมด ได้แต่ The Pier, The Wing, The Cabin, The Bridge และ The Arrival โดยจะมีอีกเลานจ์ที่ชื่อว่า G16 เดิมเป็นเลานจ์ของ Dragonair (KA) ตั้งแต่ก่อนที่ CX จะซื้อไป จนล่าสุดที่ CX รีแบรนด์ KA เป็น Cathay Dragon ก็เลยปิดเลานจ์ G16 ไปด้วย มีข่าวว่าจะเปิดในเดือนมีนาคมนี้

ในบรรดาเลานจ์ทั้งหมดของ CX จะมี 2 เลานจ์ที่มีส่วน First Class นั่นคือ The Pier และ The Wing โดยในครั้งนี้เลยมาดูที่ The Wing ก่อน โดยส่วน First Class จะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Wing, First (ส่วนฝั่ง Business เรียก The Wing เฉยๆ) Continue reading “Review: Cathay Pacific ‘The Wing, First’ Lounge HKG”

Advertisements

Redeeming THAI Royal First Tickets

Redeeming THAI Royal First Tickets

จริงๆ เป็นมิชชั่นส่วนตัวมานานแล้วว่า ตั้งใจจะเก็บแต้มบัตรเครดิตเพื่อมาแลกไมล์ TG มาบิน Royal First ให้ได้ จนในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะมาแลกเอาปีนี้ เพราะหลายๆ อย่างกำลังลงตัว มีแผนจะเดินทางไปในทิศทางที่แลกคุ้มพอดี และก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้อยากรีบๆ แลกเพราะหลังจากที่เห็นสายการบินอื่นๆ ค่อยๆ ปรับอัตราการแลกไมล์กันมาเรื่อยๆ ทุกวันนี้ก็รู้สึกว่าการบินไทยน่าจะจำเป็นต้องปรับตามชาวบ้านเขาในเร็ววันนี้

คำถามจึงมาที่ว่า จะแลกรูทไหนอย่างไรให้คุ้มที่สุด? Continue reading “Redeeming THAI Royal First Tickets”

Review: Cathay Pacific A350 Premium Economy

Review: Cathay Pacific A350 Premium Economy

พอดีเมื่อวันก่อนจะต้องมาทำธุระที่สิงคโปร์ ตอนจองได้จังหวะตั๋วโปรฯ ของ Cathay Pacific พอดีที่ประมาณ 5 พันกว่าบาทไปกลับเป็น Economy คลาสตั๋ว Q ทีนี้ระหว่างที่นั่งอยู่บนแท็กซี่ไอโฟนก็เด้งขึ้นมาเตือนบอกว่าที่นั่งถูกเปลี่ยน เลยรู้ว่าครั้งนี้ได้อัปเกรดอีกแล้ว พอกดเข้าไปดูก็เห็นว่าเป็น Premium Economy ถึงในใจจะแอบหวังให้เป็น Business แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าเลยจะได้ลอง Premium Economy บนเครื่องใหม่ไปด้วยเลยทีเดียว Continue reading “Review: Cathay Pacific A350 Premium Economy”

How To Get Salmon Meal When Departing From Bangkok

How To Get Salmon Meal When Departing From Bangkok

บล็อกสั้นๆ เป็นเทคนิกเผื่อใครอยากจะทำตาม ถึงจะยังไม่แน่ใจ 100% ว่าจะเป็นแบบนี้เสมอ แต่ถ้าอารมณ์ไหนอยากกินแซลมอนบนเครื่องบินตอนขาออกจากสุวรรณภูมิ ง่ายๆ เพียงสั่งอาหารพิเศษเป็น Low-calorie Meal (LCML) Continue reading “How To Get Salmon Meal When Departing From Bangkok”

KUL/HAN Trip 2016 – Day 5

KUL/HAN Trip 2016 – Day 5

วันนี้ต้องรีบตื่นตั้งแต่หกโมงเพื่อเหาะเหินเดินอากาศไปสนามบินเพื่อขึ้นไฟลท์เก้าโมงเช้าไปฮานอย ก็เก็บของ ขึ้นรถไฟมาเช็คอิน รอขึ้นไฟลท์ตามปกติ รอบนี้แม้ว่าจะเป็นเครื่อง 737-800 เหมือนเดิม แต่เป็นระดับกากที่ไม่มีแม้แต่จอ แต่การบริการก็ยังประทับใจดีอยู่ แม้ว่าคราวนี้จะมีคนนั่ง 6 คนแล้ว Continue reading “KUL/HAN Trip 2016 – Day 5”

My first Emirates First Class experience on A380.

My first Emirates First Class experience on A380.

จริงๆ ว่าจะโพสท์นานแล้ว แต่ก็ไม่มีจังหวะเวลาสักที ว่างๆ เลยมาแปะสักหน่อย คงไม่ใช่บ่อยๆ จะมีโอกาสได้นั่ง First Class ของ Emirates ถึงจะเป็นเส้นทางบินสั้นๆ แต่ก็ขออวดหน่อยแล้วกัน ฮา…

เรื่องเริ่มมาจากว่ามีทริปที่จะไปฮ่องกง แล้วระหว่างที่กำลังหาเที่ยวบิน ก็มาเตะตากับตั๋ว Business Class ของ Emirates ในราคา 11,980 บาท เนื่องจากว่าอยากจะได้นั่ง Business Class ของ Emirates สักที (อิจฉา @chayanin) รู้ตัวอีกทีก็ซื้อตั๋วไปแล้ว Continue reading “My first Emirates First Class experience on A380.”

UK 2015 – Day 1

UK 2015 – Day 1

(มาลุ้นกันว่าจะเขียนได้ครบมั้ย ไม่มีคีย์บอร์ดด้วย)

มาครั้งนี้อันสืบเนื่องจากว่าได้อีเมล์จาก British Council ว่าเค้าจะจัดทริปเยี่ยมชมกิจการเพื่อสังคมในอังกฤษ (ทีแรกไม่แน่ใจว่าต้องเรียกว่าสหราชอาณาจักรมั้ย แต่ดูรายการแล้วรู้สึกไปไม่พ้นอังกฤษเลยเอาแค่นี้แล้วกัน) ก็เลยสนใจจะมา และไหนๆ จะต้องมาเลยหาเรื่องมาเที่ยวด้วยเลย เลยขอเค้าว่าจะบุ๊กตั๋วเครื่องบินเอง ลดไป 32,000 บาท มาจอง EK ได้ที่ 28,000 ก็โอเคกำไรนิดหน่อย Continue reading “UK 2015 – Day 1”

JP/US 2014 – Day 10

และแล้วก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายที่ญี่ปุ่น ในวันนี้เรามีกำหนดการในการช็อปปิ้งเป็นหลักอย่างเดียว ก่อนที่ในตอนเย็นจะเดินทางกลับที่สนามบิน Haneda โดยที่ทั้งสามคนออกเดินทางเวลาไล่เลี่ยกัน แต่คนละเที่ยวบินทั้งหมด ของผมเป็น JL ไป SFO ในขณะที่แทนเป็น JL กลับ BKK และกรเป็น NH กลับ BKK

ตอนเช้าหลังจากที่เก็บของ เช็คเอ้าท์และกินข้าวเช้า เราก็ตัดสินค่อยๆ เดินจากแถว Kanda ที่อยู่มายัง Akihabara โดยแทนมีเป้าหมายสำคัญที่จะไปร้านเซ็กซ์ช็อปซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปข้างใน แต่ละคนก็ได้ของติดไม้ติดมือกันมาคนละนิด ยกเว้นแทนที่เยอะมาก ฮ่าๆ

หลังจากนั้นเราก็ไปที่ Yodabashi ที่เป็นศูนย์รวมขายของไอทีและใกล้เคียงที่ใหญ่มาก ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยมาญี่ปุ่นก็เคยใช้บริการแล้วเพื่อซื้อกันดั้มให้เบสท์กับหยอดกาชาปองมากมายไว้เป็นของฝาก ทีแรกเกือบบ้าจี้ซื้อกันดั้ม PG กลับมาให้เบสท์แล้ว แต่ไม่สามารถหาวิธีจะขนกลับมาได้ เลยไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ

พอซื้อของต่างๆ กันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางมายังสนามบิน Haneda เพื่อเตรียมที่จะเดินทางกลับ จัดการกระเป๋าต่างๆ ของผมเองก็ฝากแทนกลับกรุงเทพฯ ไปเพราะจะต้องไปอเมริกาต่อ ก่อนที่เราจะออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนทุกคน โดยรวมแล้วในวันนี้เราแทบจะไม่ได้ถ่ายรูปกันเลย เลยจะมีแค่เพียงภาพเซลฟี่รวมสุดท้ายก่อนแยกย้ายขึ้นเครื่องที่สนามบินภาพนี้

IMG_1090

สำหรับผมเองก็ต้องเดินทางมายัง SFO ต่อด้วย JL2 ซึ่งน่าตื่นเต้นตรงที่เป็นเครื่องใหม่ Boeing 787 ก็เลยมีหลายอย่างที่ว้าวอยู่บ้าง (บางอย่างอาจจะเคยมีในเครื่องเก่ากว่านี้ที่อื่น แต่ผมอาจจะไม่เคยขึ้นก็ได้ ขออภัยมา ณ โอกาสนี้) และหลายๆ อย่างเป็นฟีเจอร์ภายในห้องโดยสารที่ไม่แน่ใจว่าในทางเทคนิกแล้วอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการที่เป็น 787 เท่ากับการที่เป็นเครื่องใหม่มากกว่า น่าเสียดายที่รอบนี้ที่ว่างเยอะ อดอัปเกรดเป็น Business Class ฮา…

อย่างแรกคือ ไฟต่างๆ ในห้องโดยสารเหมือนจะกลายเป็นไฟ LED หมดแล้ว แล้วไฟเหลืองๆ ก็เปลี่ยนเป็นไฟขาวทั้งหมด จริงๆ อันนี้ก็ออกจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะสำหรับไฟที่ส่องที่นั่งพอเป็นสีขาวก็รู้สึกว่าแรงกว่าสีเหลืองไปพอสมควรเหมือนกัน

ต่อมาสิ่งที่สังเกตเห็นคือไฟห้องโดยสารทั้งหมดเปลี่ยนสี โดยตอนแรกที่ออกตอนกลางคืนไฟจะเป็นสีฟ้าๆ จนพอปิดไฟให้นอนก็กลายเป็นน้ำเงินเข้ม แล้วจำได้เลยว่าพอดีตื่นตอนจังหวัดเขาจะปลุกมาทานข้าวเช้าก่อนเครื่องลงพอดี เลยได้มีโอกาสเห็นไฟสีน้ำเงินที่ค่อยๆ เฟดเป็นสีแดง ส้ม จนกลายเป็นเหลือง เลียนแบบกับพระอาทิตย์ขึ้นอย่างไงอย่างงั้น

IMG_7826

 

IMG_7837

นอกเหนือจากไฟ สิ่งที่ช่วยรักษาบรรยากาศในห้องโดยสารอีกอย่างคือกระจกปรับแสงอัตโนมัติ ที่พออยู่ในช่วงที่อยากให้ผู้โดยสารนอน กระจกทั้งหมดก็จะปรับให้กรองแสง แม้ว่าข้างนอกจะสว่างแค่ไหน แต่ก็จะดูเหมือนกับเป็นตอนเย็นอยู่ จนถึงตอนที่จะให้ผู้โดยสารตื่น เขาก็ปรับกระจกทั้งลำให้มันสว่างขึ้นมาได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้โดยสารยังสามารถปรับกระจกของตัวเองได้ด้วยปุ่มอยู่ดีเหมือนกัน

IMG_7839

IMG_7838

สำหรับที่นั่ง คราวนี้เจอที่ชาร์จ USB เพิ่มมาให้ด้วย (ส่วน AC ก็มีเหมือนกัน แต่เห็นว่าหลายๆ ที่เดี๋ยวนี้มีหมดแล้ว) ที่น่าสนใจคือมี Composite-in สำหรับเสียบอะไรก็ตามที่อยากใช้จอที่นั่งเราดูแทนได้ สำหรับจอเป็นไวด์สกรีนแบบสัมผัสได้ แต่ยังเป็นแบบ resistive นะ

IMG_7829

IMG_7840

อย่างเดียวที่อยากจะบ่นกับเที่ยวบินนี้คืออาหาร ไม่เอาอ่าวจริงๆ รอบแรกเป็นแซนด์วิชอย่างเดียว กับรอบสองเป็นขนมปังกับซุป ถือว่าแย่มากเทียบกับเที่ยวบิน 10 ชั่วโมง

IMG_7836

หลังจากนั้นก็วาร์ปมาถึง San Francisco ตอนเวลาประมาณสี่โมงเย็นของวันที่ 19 (เหมือนนั่งไทม์แมชชีนกลับมา) ก็นั่งใช้ Wi-Fi ฟรีที่สนามบินอยู่สักพัก ก่อนที่จะออกเดินทางมาในตัวเมืองโดยนั่งรถไฟ BART มา คุณพระ การที่มาจากญี่ปุ่นที่รถไฟกิ๊บเก๋แล้วมาเจอรถไฟเก่าๆ ห่วยๆ นี่ช่างขัดอารมณ์

พอมาถึงก็เดินไปเจอกับตั้มที่โรงแรม ระหว่างทางเจอ Apple Store ก็แวะเข้าไปฉี่ทับ ก่อนที่จะเจอกับตั้ม ออกมาหาอะไรกิน แล้วก็เป็นอันสิ้นสุดอีกวันหนึ่ง

อาห์… คิดถึงปริมาณอาหารจุใจสไตล์อเมริกันจริงๆ

IMG_7848

หมายเหตุ: โพสท์นี้เป็นโพสท์ย้อนหลัง

JP/US 2014 – Day 1

วันนี้จะเป็นวันแรกของการเดินทาง 1 เดือนไปญี่ปุ่นกับอเมริกา โดยที่จะเริ่มจากญี่ปุ่นก่อน ทริปแรกในส่วนของญี่ปุ่นจะมีผู้ร่วมอุดมการณ์อยู่สองคนคือแทนกับกร โดยที่แทนจะเดินทางไปพร้อมกันในคืนวันที่ 9 มีนาคม (เช้า 10 มีนาคม) ส่วนกรจะตามไปญี่ปุ่นเองทีหลังถัดไปอีกหนึ่งวัน

ความตื่นเต้นของการเดินทางเริ่มต้นที่เนื่องจากว่าทั้งผมและแทนจองตั๋วแยกจากกัน เพราะว่าเส้นทางไม่เหมือนกัน ของผมต้องไปเป็นตั๋วแบบไปอเมริกาแล้วแวะพักที่ญี่ปุ่น ในขณะที่ของแทนเป็นตั๋วไปกลับญี่ปุ่นปกติ เราจึงไม่สามารถวางแผนที่จะจองที่นั่งไว้ก่อนได้ เพราะถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ที่นั่งติดกันที่ติดทางเดิน ก่อนหน้านี้เคยพยายามโทรไปหา JAL แล้ว แต่เค้าบอกว่าเครื่องมันเต็มมาก เลยจองให้ไม่ได้ เลยกะไปรอลุ้นว่า 72 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องขึ้นปุ๊ปจะรีบเช็คอินเลือกที่ไว้เลย

ปรากฏว่า พอถึงเวลา 72 ชั่วโมงที่ว่า ผมก็รีบล็อกอินเข้าไปเพื่อจะเช็คอินในระบบ ปรากฏว่าแม่เจ้า! เหลืออยู่ 5 ที่ แล้วทั้งหมดดันเป็นแถวหลังสุดของบล็อกติดห้องน้ำ ตอนนั้นเลยคิดว่า เอาวะ รีบไปเช็คอินหน้าเคาน์เตอร์ก็ได้ ตามกำหนดเครื่องออกตี 1 ก็ไปซะตั้งแต่ 2 ทุ่มกว่าๆ ปรากฏพอเข้าไปเช็คอิน พนักงานที่เคาน์เตอร์ก็งงๆ เหมือนมีปัญหาอะไรสักอย่าง สักพักพนักงานอีกคนที่เหมือนว่าน่าจะใหญ่กว่าก็เข้ามา คุยๆ อะไรกันสักพัก แล้วก็ถามขึ้นมาว่า “คุณณัชกับคุณนพวิทย์จะไปทำอะไรกันที่ญี่ปุ่นคะ” แว้บแรกในใจก็คิดขึ้นมาว่า “อีดอกจะเสือกอะไร” แล้วก็ตอบไปว่า “อ๋อ ไปเที่ยวครับ” พนักงานจึงตอบกลับมาว่า “เนื่องจากว่าที่นั่งเต็ม เราเลยต้องอัปเกรดให้เป็น BC นะคะ” พอเราได้ยินแว้บแรกยังงงๆ อยู่ ก็ถามกลับไปว่า “อะไรนะครับ?” “ตอนนี้ที่นั่ง Economy Class ไม่มีที่ว่างแล้ว ทางเราเลยจะย้ายให้ไปนั่ง Business Class ค่ะ” พร้อมกับถามติดตลกว่า “หรือจะไม่เอาคะ?” เอ้า อีห่านี่ก็เอาสิ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จับพลัดจับผลูนั่ง BC เฉย เก๋ซะไม่มี (แต่ถ้าได้อัปเกรดตอนที่เป็น HND-SFO จะดีใจกว่านี้มาก อันนั้นเป็นเครื่อง 787)

และด้วยบุญวาสนาในชาติปางก่อน ก็เลยทำให้เราได้มีโอกาสนั่ง BC กับเขาบ้าง มีซูชิในจานปกติให้กิน ขวดโชยุน่ารักเชียว ที่ฟินสุดมันอยู่ที่ว่า ที่นั่งมันทำเป็นเตียงราบได้เนี่ยแหละ (ถึงอยากได้เป็นขา HND-SFO ที่นานกว่านี้)

Image

ข้ามเวลามาในตอนเช้า พอมาถึงที่ NRT ตามแผนการเดิมเราก็ตั้งใจว่าจะไปดูสวนสตรอเบอร์รี่ที่ชิบะเพราะใกล้นาริตะอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเปลี่ยนแผนกันว่าเข้าโตเกียวเลยแล้วกัน เพราะถ้าขากลับไม่ได้นั่ง Narita Express จะใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับถึงโตเกียว (เสียดายเวลา) จากไร่สตรอเบอร์รี่เลยกลายเป็น Ginza และตลาดปลา Tsukiji แทน

ตรงนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ นอกจากว่าได้ชิมลมชมบรรยากาศ แวะเข้าไปสักการะ Apple Store แล้วก็เดินไปต่อถึงที่ Tsukiji ระหว่างทางก็เจอร้านซูชิประปราย แต่ด้วยความที่เราคิดว่า เห้ย ไปกินตรงตลาดน่าจะถูก/สดกกว่าน่า ก็เลยข้ามๆ ไป ทีแรกก็นึกว่าจะได้ไปลองกินซูชิร้านดังที่ชื่อว่าซูชิไดอะไรนั่น แต่พอไปถึง คุณพระ! แถวยาวยังกับจู๋ภูวัน แม่งยัดกัญชาแทนวาซาบิหรืออะไร เลยตัดสินใจเดินๆ ดูร้านอื่นใกล้ๆ ที่ว่างๆ แทน (ซึ่งดูไปดูมาก็น่าสงสารนะ แบบ ร้านอยู่ติดๆ กัน และว่าง แต่คนก็ยังอุตสาห์จะต่อแถวกินอีกร้าน โถ…)Image

สุดท้ายเราก็ตัดสินใจมาร้านนี้ ก็กินไปคนละชุดเพราะง่ายดีไม่ต้องสื่อสาร ก็กินไปกะว่าจะยังไม่เอาอิ่ม กะกินเรื่อยๆ ลองหลายๆ ที่ดีกว่า พอกินเสร็จจ่ายเงินออกมา ก็มาเดินดูร้านอื่นรอบๆ ตลาดก็ยังไม่เจอร้านที่โดนใจและโดนเงินในประเป๋า จนแทนบอกว่า งั้นเรากลับไปกินร้านนอกตลาดที่เดินผ่านมาดีกว่า เพราะคิดเลขแล้วบางเมนูยังถูกกว่าด้วยซ้ำ ก็เลยเดินกลับมาร้านนี้

เข้าไปแล้วได้ดูเมนูละเอียดๆ อีกทีแล้วก็พบว่า โว๊ะ ถูกกว่าร้านโทรมๆ ในตลาดอีก แต่สุดท้ายผมเองก็สังอีกนิดเดียวเพราะเริ่มเสียดายเงิน ไม่ค่อยรับรู้ความแตกต่างของซูชิแบบต่างๆ เท่าไหร่ เลยปล่อยให้แทนมีความสุขกับซูชิพวกนั้นไป จบ เรียบร้อย ก็ไปต่อที่ Imperial Palace ที่อีกด้านของสถานีโตเกียว แวะถ่ายรูปสักนิด แล้วก็ตัดสินใจไปชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ Yokohama ซึ่งต้องนั่งรถไฟไปอีกสักพัก เป็นอันจบรายการในวันนี้

Image

ที่เซอร์ไพรส์ต่อมาคือ กรที่เดิมจะต้องมีกำหนดการเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ต้องเลื่อนการเดินทางอย่างกระทันหันด้วยอุบัติเหตุทางการศึกษา เลยกลายเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการในช่วงวันกลางๆ อย่างยิ่งยวด (ติดตามตอนต่อไป)

สุดท้ายในวันนี้เราก็ไปพักที่โรงแรมแคปซูลใน Kanda ซึ่งจะเป็นที่พักหลักของเราในโตเกียวตลอดทริป ด้วยเหตุผลที่ว่ามันถูกมาก แม้ว่าจะถูกกว่าโฮสเทลไม่มาก ได้แต้มกับเว็บที่ใช้จองคุ้ม (เหยื่อการตลาด) ก็เป็นอันจบวันแรกไปด้วยดี

หมายเหตุ: อันนี้เป็นโพสท์ย้อนหลัง