Once again, a magical night.

Once again, a magical night.

ผ่านมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว ที่คิวบิกฯ ก็อายุครบ 11 ปีพอดี ทุกๆ เดือนสิงหาคมก็เป็นเวลาของ Cubic Thanks Party แม้ว่าแรกเริ่มเดิมที่งานเลี้ยงนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสื่อสารกับผู้ปกครองของทีมงาน แต่หลังๆ มาประเด็นเรื่องการสนับสนุนจากผู้ปกครองเริ่มไม่ใช่ประเด็นมาก ในปีนี้เราเลยเปลี่ยนแนวมาเน้นที่พวกเราๆ กันเองเป็นหลักเสียมากกว่า

ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณสี่ทหารเสือที่ช่วยกันจัดกิจกรรมสนุกสนานเฮฮาขึ้นมา เลยกลายเป็น Cubic Thanks Party ที่เร้าใจที่สุดเท่าที่เคยจัดมา และขอแสดงความยินดีกับปวีราที่ได้รับเงินรางวัลถึง 3,000ǭ กลับบ้านไป

พอมาถึง After Thanks Party ก็มาพีคสุดๆ กับการจับฉลากของ Varanus salvator ก็ขอแสดงความยินดีกับตองที่ได้รับของขวัญสุดพิเศษจากพี่นัท และขอบคุณชมพู่สำหรับกางเกงในสีสันจี๊ดจ๊าด

ทุกๆ ปีเมื่อเสร็จจากงานแล้วกลับมาที่บ้าน ได้อยู่กับตัวเองเงียบๆ ก็มักจะมี moment ความปลื้มใจเล็กๆ เสียทุกครั้ง ว่าตัวเองจะโชคดีได้ขนาดนี้ที่ได้มีโอกาสพบเจอกับผู้คนที่แสนดีเหล่านี้ และแม้ว่าจะไม่ได้พบกันในงานครั้งนี้ แต่บางอย่างลึกๆ ก็ชวนให้ผมนึกถึงอีกหลายๆ คนที่หนทางชีวิตอาจทำให้เราไม่ได้เจอกันในค่ำคืนนี้ แต่ประสบการณ์ที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมามันก็ชวนให้จดจำและนึกถึงอยู่เสมอ

ผมดีใจนะครับ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ที่แสนอบอุ่นนี้

และคงอดที่จะมี “รอยยิ้ม” ไม่ได้ทุกครั้งที่คิดถึง

Advertisements

200,000

Simply handing over your iPod to a friend, your blind date, or the total stranger sitting next to you on the plane opens you up like a book. All someone needs to do is scroll through your library on that click wheel, and, musically speaking, you’re naked. It’s not just what you like—it’s who you are.

Steven Levy (The Perfect Thing)

วันก่อนเพิ่งลองเอาจำนวนครั้งที่เล่นเพลงใน iTunes Library มานับดู แล้วพบว่าทะลุสองแสนมาได้นิดๆ แล้ว (ถ้าให้เป๊ะคือ 214,363 ครั้ง) ซึ่งจำได้ว่าตอนสมัยทะลุ 1 แสนเคยเขียนบล็อกแล้วรอบนึง (ซึ่งหายไปแบบกู้ไม่กลับแล้ว) คราวนี้เลยคิดว่าครบอีกแสนเลยเอามาดูสถิติกันอีกสักหน่อย

Counting and Duration

  • 3,553 songs (9d 15h 20m 9s)
  • 214,363 plays (619d 16h 39m 28s)

Codec

iTunes Match Status

Bit Rate

Year

Rating

Most Songs by Artists

Most Plays

Most Plays by Album

Most Plays by Artists

 

แล้วพบกันอีกครั้งตอน 300,000 นะ

 

หากว่าวันนี้โชคดีได้พบกับเธอ…

ที่หลายๆ คนทราบดีอยู่แล้ว นอกจากผมจะทำคิวบิกฯ เป็นหลักแล้ว ตอนนี้ผมยังมีงานอดิเรกอีกอย่าง (ที่ค่อนข้างจริงจัง) นั่นก็คือปาดับปา

จริงๆ ผมเองเคยคิดมาเสมออยู่แล้วว่า นอกเหนือจากความตั้งใจหลักในเรื่องการศึกษาของผม (ซึ่งกำลังดำเนินไปอยู่ในรูปของคิวบิกครีเอทีฟ) ผมเองก็อยากจะได้มีส่วนร่วมในอุตสากรรมศิลปะสักแขนงที่เป็นไปได้ ซึ่งที่ตั้งแต่เด็กๆ มองไว้คงเป็นเรื่องของเกมคอมพิวเตอร์ในฐานะของการเป็น interactive art ศิลปะตอบสนอง

ดนตรีเองก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมมองๆ ไว้มาโดยตลอด เพียงแต่โดยส่วนตัวแล้วแม้ว่าจะชอบฟังเพลง แต่ไม่ได้มีความสามารถทางด้านดนตรีดีเด่นอะไร เลยเคยคิดไว้ว่าน่าจะทำงานในลักษณะของการบริหารหรืออะไรซะมากกว่า ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สักสองสามปีที่แล้ว หากใครทราบ ผมเคยบ้าจี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อสมอลล์รูมด้วยซ้ำ

จริงๆ คงเป็นจังหวะที่น่าสนใจครับ ที่ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา อยู่ๆ ดนตรีก็มีที่ยืนแปลกๆ อยู่ในคิวบิกครีเอทีฟ ซึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญคงต้องเครดิตถึงคอนเสิร์ตงาน CCFC2 ของกอล์ฟที่เป็น milestone หลักไมล์ที่สำคัญในเรื่องนี้ของคิวบิกฯ

และจากงานนั้น ก็ทำให้กลุ่มคนทางดนตรี รวมกลุ่มก้อนกันได้ในคิวบิกฯ จากที่ปล่อยให้กลุ่มบ้าคอมฯ, บ้ากล้องฯ, บ้าแอปเปิล และบ้าเพศตรงข้ามรวมกลุ่มอยู่เป็นหลัก และจังหวะนี้เอง ที่ทำให้ภาคินที่จริงๆ น่าจะหลุดจากวงโคจรไปแล้ว โดนดูดกลับเข้ามาจนได้ (ไม่รอด)

จริงๆ ถ้าถามว่าปาดับปาเกิดขึ้นมาได้ยังไง และเพื่ออะไร ผมเองก็คงไม่มีคำตอบชัดๆ มากนะครับ รู้แต่ว่าตอนแรกเค้าแค่อยากจะทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับดนตรี พอผมทราบว่าภาคินสนใจจะทำให้เป็นรูปเป็นร่าง ผมก็เลยรีบขายไอเดียห้องสตูดิโอของผมที่ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนสร้างตึก PlayCube ซึ่งเป็นห้องที่ตั้งใจทำไว้ให้ไม่มีหน้าต่าง และเผื่อไว้จะทำสตูดิโอใดๆ รู้ตัวอีกที เราก็ซื้อแผ่นอคูสติกมาแปะ โดยที่ตอนนั้นจริงๆ ตอนนั้นยังไม่รู้กันเลยด้วยซ้ำว่าพวกเราจะทำอะไร (จำได้ว่า ระหว่างสาวๆ ดมกาวแปะแผ่นอคูสติกอยู่ในห้องสตูฯ หนุ่มๆ ก็มาประชุมกันว่าจะทำอะไรดีอยู่ห้องข้างๆ ช่างเป็นอะไรที่คิวบิกฯ เสียมากๆ) สุดท้ายตอนนั้นเราก็ได้ข้อสรุปว่าจะทำโปรดักชั่นเพลงโคเวอร์อัปขึ้น YouTube ไปเรื่อยๆ ก่อน แล้วค่อยดูต่อว่าจะไปทางไหนต่อ โดยที่ในมุมของผม ผมยังขอให้คิวบิกฯ ช่วยสนับสนุน โดยแลกกับการที่ปาดับปาก็ทำงานเป็นหน่วยย่อยในคิวบิกฯ ด้วย

ผ่านมาเกือบปี ถ้าถามผมตอนนี้ ผมก็รู้สึกว่า เราทำตามความตั้งใจแรกได้ไม่เลวเลยนะครับ คำถามต่อไปเลยน่าจะเป็นว่า ปาดับปาจะไปทางไหนต่อ ซึ่งผมเองถึงจะมีไอเดียคร่าวๆ ในหัวบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้มีความคิดไหนที่โดดเด่น และเห็นความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจที่ชัดเจนสักเท่าไหร่

แต่ก็ว่าไปเถอะครับ หากย้อนมองไปดูคิวบิกครีเอทีฟตอนจุดเริ่มต้น ผมคิดว่าตอนนั้นพวกเราเองก็คงไม่ได้มีภาพที่ชัดเจนมาก มากกว่าความตั้งใจที่จะอยาก “ทำอะไรสักอย่าง” ในเรื่องที่เรา passionate มีความหลงไหล นั่นก็คือเรื่องความสนุกกับการศึกษา

ผมเอง จะเป็นพวกขัดกับแนวคิดการทำธุรกิจในตำราแบบต้องมีแผนธุรกิจอะไรอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้ไปพูดที่งานไหนก็ตาม ผมจะย้ำเสมอว่า สิ่งสำคัญที่สุดของธุรกิจไม่ใช่วิสัยทัศน์ (vision) แต่เป็นความรักในสิ่งที่ทำ (passion) ต่างหาก เพราะวิสัยทัศน์จะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ และเป็นสิ่งที่ควรจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ แต่ความหลงไหลในสิ่งที่เราทำจะเป็นสิ่งที่ติดอยู่กับตัวเราตลอดไป เป็นสิ่งที่เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้

สำหรับปาดับปาแล้ว ผมคิดว่าตอนนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มที่น่าสนใจ เพราะมันเต็มไปด้วยความหลงไหล และความหลงไหลนั้นกำลังสร้างสรรค์ผลงานอะไรขึ้นมาจริงๆ

สุดท้ายนี้ขอฝากโปรโมตผลงานล่าสุดของปาดับปาด้วยครับ 🙂

10,000 hours of inspiration.

เมื่อสักครู่นี้ ผมเพิ่งฟังเพลงบน iTunes ครบ 10,000 ชั่วโมงครับ ซึ่งจริงๆ ก็คงรวมถึงที่ฟังบนอุปกรณ์อื่นๆ ที่เคย sync ทำให้ข้อมูลตรงกันในอดีตจนถึงปัจจุบันด้วย ซึ่งได้แก่ iPod mini 4GB, iPod U2 with color display 20GB, iPod (5th generation) 30GB, iPod shuffle (2nd generation) 1GB, iPhone 3GS 16GB, iPad 32GB, iPhone 4 32GB, iPad 2 64GB และ iPhone 4S 32GB

คุณลักษณะหนึ่งของ iTunes (ที่จริงๆ แล้วโปรแกรมจัดการเพลงค่ายอื่นก็มี) ที่ผมออกจะชื่นชมเป็นพิเศษ ก็คงเป็นความสามารถในการจัดการ library สารบรรณเพลงที่เป็นระบบระเบียบ เหมาะกับการมีเพลงเป็นพันเป็นหมื่นเพลง

ย้อนไปตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2547 เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล (หากไม่นับเครื่อง Macintosh ที่ห้องทำงานพ่อที่ไปเล่นวาดรูปตอนเด็กๆ) หลังจากที่โดนจรสพงษ์ไซโคมาระยะหนึ่ง จนตัดสินใจสั่งซื้อ iPod mini โดยฝากเพื่อนซื้อมาจากอเมริกาด้วยส่วนลดของนักเรียน ซึ่งในตอนนั้นเอง ก็เป็นเหตุที่ทำให้ผมต้องย้ายสารบรรณเพลงของผมทั้งหมดจาก Windows Media Player มายัง iTunes

ในตอนนั้น อาจเพราะ iTunes บน Windows ยังไม่อ้วนหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แม้ว่าแรกๆ มันจะขัดจากความเคยชินของเราตอนใช้ Windows Media Player แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ตอนนั้นผมกลับรู้สึกว่ามันกลับใช้งานได้ง่ายกว่า (สมัยนั้น Windows Media Player ยัง clutter ระเกะระกะอยู่มาก) และสิ่งที่ทำให้ผม wow ว้าวอย่างนึงคือการค้นหาเพลงแบบ instant ที่พอเราพิมพ์ตัวอักษรนึง หน้าจอก็จะ filter คัดกรองรายชื่อเพลงที่ตรงกับตัวอักษรที่เราพิมพ์แบบสดๆ ทันที แบบที่ไม่กระตุก

แม้ว่าในแว้บแรก การที่ iPod ที่ผมซื้อมาจะต้องนำเพลงลงโดยใช้ iTunes เท่านั้น จะขัดกับความรู้สึกลึกๆ อยู่บ้าง แต่ด้วยการที่สุดท้ายแล้วมันก็มีขนาดพอกับสารบรรณเพลงของเราทั้งหมด เรื่องราวมันก็เลยกลายเป็นง่ายไป และผมกลับรู้สึกดี ที่เราเหมือนกับมีเพลงทั้งหมดที่เลือกฟังได้บน iPod ไม่ต้องคอยเลือกเอาใส่แบบเครื่องเล่น MP3 อื่นๆ ในสมัยนั้น อยากฟังเพลงอะไรก็ฟังได้ตลอด

หลังจากที่ใช้ไปได้สักพัก ผมก็เพิ่งสังเกตว่า เวลาที่เราฟังเพลงจากบน iPod แล้วมาทำให้ข้อมูลตรงกันกับ iTunes มันจะอัปเดทช่อง Last Played และ Play Count ตามที่เราเล่นบน iPod ด้วยโดยอัตโนมัติ จึงเป็นอีกจุดเล็กๆ ที่ทำให้ผมประทับใจ และรู้สึกว่าสารบรรณเพลงทั้งหมดของผมมันถูกจัดระเบียบได้อย่างเป็นที่เป็นทางจริงๆ

ซึ่งนับจากความประทับใจเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ อย่างใน iPod + iTunes ทำให้สุดท้ายผมก็ตัดสินใจที่จะมาใช้ Mac OS X ตามด้วย และหลายๆ ครั้งก็ได้นำปรัชญา แนวคิด วิธีการ หรือแม้แต่ดีไซน์เว็บของแอปเปิลมาใช้กับงานของตัวเอง จนปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีเพื่อนชื่อจรสพงษ์นั้น มีอิทธิพลกับชีวิตผมมากมายอย่างบอกไม่ถูก

Steven Levy ได้กล่าวไว้ในหนังสือ The Perfect Thing ไว้ว่า:

Simply handing over your iPod to a friend, your blind date, or the total stranger sitting next to you on the plane opens you up like a book. All somebody needs to do is scroll through your library on that click wheel, and, musically speaking, you’re naked. It’s not just what you like—it’s who you are.

ในโอกาสที่ผมได้สัมผัสกับดนตรีบนโลกของแอปเปิลครบ 10,000 ชั่วโมงนี้ ก็เลยขอนำสถิติสนุกๆ จากสารบรรณเพลงของผมเมื่อครบ 10,000 ชั่วโมงนี้มาแบ่งปันกันสักหน่อยครับ

สถิติทั่วไป

เพลงที่ครบ 10,000 ชั่วโมง: ขอบคุณที่รักกัน (Potato)
จำนวนที่เล่นทั้งหมด: 145,845 ครั้ง

จำนวนเพลง: 3,201
รวมเวลาเพลง: 8 วัน 15 ชั่วโมง 53 นาที 48 วินาที
รวมขนาดไฟล์: 12.8GB
จำนวนศิลปิน: 464
จำนวนอัลบั้ม: 340
จำนวนประเภท: 40
จำนวนการฟังเฉลี่ยต่อเพลง: 45.6
อัตราส่วนอัลบั้มที่สมบูรณ์: 23%
อัตราส่วนเพลงที่ได้ฟังอย่างน้อยหนึ่งครั้ง: 95%
อายุสารบรรณ: 7.2 ปี
อัตราการเติบโตเฉลี่ย: 8.5 เพลงต่อสัปดาห์

อัตราส่วน 5 ดาว: 2%
อัตราส่วน 4 ดาว: 8%
อัตราส่วน 3 ดาว : 22%
อัตราส่วน 2 ดาว: 22%
อัตราส่วน 1 ดาว: 20%
ไม่ได้จัดอันดับ: 25%

อัตราส่วน 64 – 127kbps: 25%
อัตราส่วน 128 – 191kbps: 56%
อัตราส่วน 192 – 255kbps: 15%
อัตราส่วน 256kbps ขึ้นไป: 4%

อันดับเพลงที่ฟังมากที่สุดตลอดกาล

  1. ถาม / Superbaker / Joy / 791
  2. ได้ไหม / ToR+ / Love Is : vol. 1 / 650
  3. สักวันหนึ่ง / ToR+ / Piano & I / 637
  4. คนอบอุ่น / Superbaker / Joy / 634
  5. คู่กัน / Scrubb / Club / 626
  6. ความซื่อสัตย์ / Bodyslam / Drive / 624
  7. บางสิ่ง / B5 / Event / 623
  8. เมื่อไม่มีเธอ / Tri Bhumiratna / My Diary Original Soundtrack / 612
  9. ได้ไหม / ToR+ / Piano & I / 586
  10. คนไม่พิเศษ / B5 / Event / 577
  11. Pass the Love Forward (E1even1h) / Boyd Kosiyabong / Rhythm & Boyd E1even1h / 570
  12. Minuet in G & Canon in D / ToR+ / Piano & I / 558
  13. Sensitive / Superbaker / Joy / 557
  14. ที่ฉันรู้ / Boyd Kosiyabong / Rhythm & Boyd E1even1h / 547
  15. บ้านของหัวใจ / Superbaker / Joy / 540

อันดับเพลงที่ฟังมากที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

  1. รักคุณเข้าอีกแล้ว / BOYdPOD / BitterSweet / 515
  2. รักเธอ / ToR+ / Living in C Major / 510
  3. หนาว / The Strangers / The Volume One / 503
  4. ขอบคุณกันและกัน / The August Band / Thanx / 450
  5. กันและกัน (Radio Edit) / Flure / Love of Siam OST / 445
  6. ยาพิษ / Bodyslam / Save My Life / 442
  7. เรื่องจริง / Boyd Kosiyabong / Songs From Different Scenes #5 / 422
  8. ไม่เข็ด / Lipta / The Volume One / 407
  9. คืนอันเป็นนิรันดร์ / The August Band / Love of Siam OST / 374
  10. Superstar / Groove Riders / Lift / 372

อันดับเพลงที่ฟังมากที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

  1. เจ็บ…และชินไปเอง / ETC. / Push / 126
  2. 24.7 / Singular / The White Room / 120
  3. สองหมื่น / Stamp / Million Ways to Write Part 1 / 118
  4. เบา เบา / Singular / The White Room / 115
  5. อะไร / ละอองฟอง / Wind Up City / 106
  6. เธอคือใคร / ETC. / Change / 97
  7. ลอง / Singular / The White Room / 94
  8. คิดฮอต / Bodyslam / คราม / 87
  9. ครั้งสุดท้าย / Stamp / เพลงที่นานมาแล้วไม่ได้ฟัง / 82
  10. การเปลี่ยนแปลง / Boy Peacemaker / Sense of Sound / 81

อันดับศิลปินที่ฟังมากที่สุด

  1. Boyd Kosiyabong / 13,406
  2. ToR+ / 11,580
  3. B5 / 4,031
  4. Bodyslam / 3,603
  5. Superbaker / 3,399
  6. Narongvit / 3,021
  7. Nicole / 2,643
  8. Lipta / 2,628
  9. Ann / 2,346
  10. BOYdPOD / 2,271

อันดับอัลบั้มที่ฟังมากที่สุด

  1. Piano & I / ToR+ / 4,531
  2. Rhythm & Boyd E1even1h / Boyd Kosiyabong / 4,203
  3. Joy / Superbaker / 3,399
  4. Event / B5 / 3,215
  5. Living in C Major / ToR+ / 2,573
  6. Love Is : vol.1 / 2,376
  7. BitterSweet / BOYdPOD / 2,271
  8. Songs From Different Scenes #5 / Boyd Kosiyabong / 1,870
  9. Love of Siam OST / 1,791
  10. Sleepless Society / 1,541

ผมคงต้องยอมรับว่า 10,000 ชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญกับชีวิตของผม จนผมอดตื่นเต้นไม่ได้ว่าในอีก 10,000 ชั่วโมงข้างหน้า มันจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน…

จนกว่าจะถึงเวลานั้นครับ