Review: Cathay Pacific A350 Premium Economy

Review: Cathay Pacific A350 Premium Economy

พอดีเมื่อวันก่อนจะต้องมาทำธุระที่สิงคโปร์ ตอนจองได้จังหวะตั๋วโปรฯ ของ Cathay Pacific พอดีที่ประมาณ 5 พันกว่าบาทไปกลับเป็น Economy คลาสตั๋ว Q ทีนี้ระหว่างที่นั่งอยู่บนแท็กซี่ไอโฟนก็เด้งขึ้นมาเตือนบอกว่าที่นั่งถูกเปลี่ยน เลยรู้ว่าครั้งนี้ได้อัปเกรดอีกแล้ว พอกดเข้าไปดูก็เห็นว่าเป็น Premium Economy ถึงในใจจะแอบหวังให้เป็น Business แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าเลยจะได้ลอง Premium Economy บนเครื่องใหม่ไปด้วยเลยทีเดียว Continue reading “Review: Cathay Pacific A350 Premium Economy”

Advertisements

Quick Look: The Qantas Singapore Lounge

Quick Look: The Qantas Singapore Lounge

สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วได้ไปทำงานที่สิงคโปร์ ขากลับได้กลับเที่ยวบินของ Jetstar ช่วงบ่ายๆ จึงทำให้สบโอกาสได้ลองโฉบเข้าไปเลานจ์ของ Qantas ที่ Changi International Airport (SIN) เสียที ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสองเลานจ์ของ Oneworld ที่สิงคโปร์ และปกติจะไม่ค่อยเคยมีโอกาสได้ลองเพราะว่าส่วนใหญ่บิน Cathay Pacific (CX) ซึ่งเที่ยวบินจะอยู่เที่ยงๆ มันยังไม่เปิด แต่คราวนี้เบี้ยน้อยหอยน้อยได้บิน Jetstar Asia (3K) ซึ่งเป็นเวลาที่ชนกับเวลาเลาจ์เปิดพอดี

ถึงกระนั้นก็ตาม ตอนแรกนึกว่าจะได้เก็บรายละเอียดอะไรมาเยอะๆ ปรากฎวันนั้นดันมีงานชิ้นยักษ์เข้า เลยต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการจัดการปัญหาเรื่องงาน สุดท้ายเลยจบแค่เอารูปมาแปะๆ คราวหน้าถ้ามีโอกาสค่อยเก็บรายละเอียดมาอีกที Continue reading “Quick Look: The Qantas Singapore Lounge”

Quick Look: Four Points Singapore (Family Room)

Quick Look: Four Points Singapore (Family Room)

นี่ไม่ใช่รีวิว แต่บังเอิญว่าได้มีโอกาสมาพักห้อง Family Room ที่เป็นห้องสำหรับ 4 คนที่ Four Points by Sheraton Singapore Riverview เลยมาแปะไว้เร็วๆ

ห้องเป็นห้องที่แปลนคือเอาสองห้องมาต่อกัน แต่เนื่องจากมีทางเข้าเดียว เลยประหยัดพื้นที่ตรงทางเข้าของห้องข้างในทำให้มีห้องน้ำใหญ่มาก กับห้องแรกตัดที่อาบน้ำออกไปเลยมีที่ใส่โซฟาเข้ามาเพิ่ม นอกเหนือจากนั้นก็เหมือนเป็น 2 ห้องโดยสิ้นเชิง มีโต๊ะทำงานแยกกัน มีทีวีแยกกัน นอกจากนี้ห้องข้างหน้ายังมีประตูเชื่อมไปห้อง 2 คนข้างๆ อีก สรุปคือสามารถทำกลายเป็นห้องเดียวนอน 6 คนได้ เหมาะกับจัดค่ายเป็นที่สุด แต่ทั้งโรงแรมมีห้องแบบนี้แค่ 2 ห้อง Continue reading “Quick Look: Four Points Singapore (Family Room)”

Review: The Westin Singapore

Review: The Westin Singapore

ตามที่เคยบอกไว้ว่าจะมาลอง The Westin Singapore ซึ่งจริงๆ ก็เป็นโรงแรมที่เล็งมาไว้นานมากแล้ว เพราะได้อ่านรีวิวหลายๆ ที่มานี่แบบสุดยอดทั้งนั้น แต่เนื่องจากมันแพงสลัด (คือดับเบิ้ลแพงความเป็นสิงคโปร์ บวกกับ Westin เข้าไปอีก) ครั้งนี้มีโอกาสได้ไปพักจริงๆ เพราะว่าบังเอิญทำ BRG ได้ (อีกแล้ว) เลยทำให้ลดราคาลงมาจากคืนละ SGD 318 เหลือ SGD 255 ก็โอเคหน่อย Continue reading “Review: The Westin Singapore”

How To Get Salmon Meal When Departing From Bangkok

How To Get Salmon Meal When Departing From Bangkok

บล็อกสั้นๆ เป็นเทคนิกเผื่อใครอยากจะทำตาม ถึงจะยังไม่แน่ใจ 100% ว่าจะเป็นแบบนี้เสมอ แต่ถ้าอารมณ์ไหนอยากกินแซลมอนบนเครื่องบินตอนขาออกจากสุวรรณภูมิ ง่ายๆ เพียงสั่งอาหารพิเศษเป็น Low-calorie Meal (LCML) Continue reading “How To Get Salmon Meal When Departing From Bangkok”

Once again, my spirit, awakes.

เมื่อวานผมมีโอกาสได้ไป Universal Studios Singapore อีกครั้ง (เป็นครั้งที่ 2) ครับ

จริงๆ ก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้ไปอีกครั้งเร็วขนาดนี้หลังจากที่ไปมาครั้งที่แล้วตอนเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นผู้ประสบภัยและอพยพหนีมาอยู่กับพี่สาวที่สิงค์โปร์ ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี ไหนๆ ก็ไหนๆ ก็เลยคิดว่าไปเที่ยวอีกสักครั้งก็ดี เพราะก็เป็นคนชอบเที่ยวสวนสนุกอยู่แล้ว

โดยปกติ สวนสนุกจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผมเวลาไปเที่ยวที่ไหนเลยนะครับ ถ้าถามผมเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ผมจะไม่ค่อยสนใจพวกการเดินดูศิลปวัฒนธรรม ชมเมือง ดูวิถีชีวิต หรือพิพิธภัณฑ์อะไรทั้งหลายแหล่สักเท่าไหร่ (ยกเว้น Museum of Sex ที่ NY)

ปกติถ้าผมไปเที่ยวที่ไหน ผมเล็งอยู่สองสามอย่างเท่านั้นครับ คือสวนสนุก อาหาร และช็อปปิ้ง

เพราะงั้นตั้งแต่ผมไปญี่ปุ่นตอนนั้น แผนการเดินทางของผมก็จะชัดเจนมากครับ คือไปสวนสนุกให้ครบ แต่ว้งวัดอะไรเนี่ยไม่ต้อง จะสวยจะงามแค่ไหนก็ช่างหัวมัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมเองคงจัดตัวเองได้ว่าเป็นคนที่หลงไหลในสวนสนุกอยู่พอสมควร

ประสบการณ์สวนสนุกของผมตั้งแต่เด็กๆ คงเริ่มต้นตั้งแต่การไปแดนเนรมิต ซึ่งกว่าจะได้ไปเที่ยวเอง (แบบไม่ใช่ติดสอยห้อยตามผู้ปกครอง) ก็ตอนช่วง ม.ต้น ที่มันก็จะปิดซะแล้ว หลังจากนั้นเมื่อสบโอกาส (โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปิดเกษตรแฟร์) แทบทุกๆ ปีผมก็จะไปดรีมเวิล์ดเสมอๆ

ที่ผมมักจะติดใจกับสวนสนุกพวกนี้ที่สุดก็คงเป็นสารพัดเครื่องเล่นกรี๊ดกร๊าดน่ะแหละครับ (สรุปคือเป็นคนชอบเล่นเสียว) ดังนั้นเวลาไปเที่ยวพวกนี้ ก็มักจะซื้อบัตรแบบไม่อั้น แล้วก็เล่นมันทั้งวันอยู่สองสามเครื่องเล่นเป็นเกือบสิบรอบ มีครั้งหนึ่งที่ผมเคยไปดรีมเวิล์ดแล้วเล่นเฮอร์ริเคนสัก 18 รอบก็มี จำได้ว่าเล่นจนพี่ที่เค้าคุมจำได้ ตอนรอบสุดท้ายก่อนสวนสนุกปิด พี่แกเลยจัดเต็มซะนานกว่าปกติสัก 3 เท่าได้ ถึงขนาดพูดออกไมค์เลยว่า “ยังไม่ยอมกลับกันใช่มั้ย”

แต่มุมมองที่ผมมีต่อสวนสนุกก็ต้องพลิกกลับไปพอสมควร หลังจากที่ผมได้มีโอกาสไป Tokyo Disney Resort เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว จากความคาดหวังที่จะมาเล่นเสียวในสวนสนุกอย่างเดียวแบบแต่ก่อน ผมก็รู้สึกถึงอะไรที่มากกว่าของการเป็นสวนสนุก

สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้จาก Tokyo Disney Resort ตอนนั้นคงเป็นกลิ่นไอของความสุข ที่มันมีอยู่ทุกที่ ทุกรายละเอียด ตั้งแต่วินาทีที่เราย่างเท้าก้าวเข้าไป

อาจฟังดูเวอร์ แต่ผมยังไม่เคยไปสวนสนุกของที่ไหนนอกจากของ Disney ที่ทำให้มันมีอารมณ์แบบนั้นได้จริงๆ แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการที่ทีมงานทุกคนยิ้มแทบจะตลอดเวลา ที่ยังไม่เคยเจอที่ไหน (แม้แต่ Universal Studios) ทำได้อย่างของ Disney

เพราะงั้น การมาเที่ยว USS ของผมในครั้งนี้ แม้ว่าจะรื่นรมย์และได้เสียวตามสภาพแล้ว ก็ยังอดที่จะหงุดหงิดในจุดเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายจุดที่ทำอย่าง Disney ไม่ได้อีกพอสมควร

จริงๆ ตั้งแต่เด็กๆ ผมก็เคยฝันนะครับว่า สวนสนุกเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากจะมีโอกาสได้ทำ (ไม่ว่าจะในทางใดก็ทางหนึ่ง นอกเหนือจากธุรกิจการศึกษา และธุรกิจอุตสาหกรรมบันเทิงแล้ว) แม้ว่าในประเทศไทยนี่อาจจะยากอยู่สักหน่อยที่ค่าครองชีพอาจจะต่ำเกินกว่าที่จะรองรับธุรกิจระดับนี้

สำหรับตัวผมเอง ไม่ได้นิยามว่าสวนสนุกคือที่ที่จะต้องมีเครื่องเล่นที่หวาดเสียวที่สุด หวือหวาที่สุด หรือกิจกรรมที่ตื่นเต้นที่สุดแต่อย่างใด

หากแต่เป็นสถานที่ที่ซึ่งแม้ใครได้ย่างเท้าก้าวเข้ามาแม้เพียงก้าวแรก ก็ต้องยิ้มได้ทันที

อาห์…เล่น RollerCoaster Tycoon ดีกว่า

Depression of Paul_012

ตอนนี้รู้สึกหดหู่อย่างที่อยากจะกรี๊ดให้จู๋หัก (วันก่อนต้นว่านถามว่า กรี๊ดยังไงให้หัก อันนี้ต้องถาม @Paul_012)

คิดว่าคงมีหลายองค์ประกอบครับ

อย่างหนึ่งคงเป็นเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้ ที่ก็ทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวมันเสียสมดุลไปพอสมควร จนตอนนี้ตัวผมเองก็ตัดสินใจจะหนีน้ำไปสิงค์โปร์เรียบร้อยแล้ว

เหตุผลที่คิดว่าหนีๆ ไปเสียให้พ้นเลยน่าจะดีกว่าคือเพราะถ้าน้ำมันจะท่วมจริงๆ ทรัพย์สินจะเสียหายเราก็คงทำอะไรไม่ได้ จะอยู่จะไปก็คงเสียพอๆ กัน ยิ่งถ้าเราจะต้องมาติดเกาะให้เสียจิตอีกก็คงไม่คุ้ม สู้ไปอยู่สบายๆ ดีกว่า (ยิ่งถ้ามองในมุมสาธารณะแล้ว การที่ผู้มีกำลังอำนวยจะอพยพหนีไปไกลๆ ในเวลานี้เป็นสิ่งที่เหมาะที่ควรเพราะจะลดการบริโภคทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด)

และที่รู้สึกดาวน์มากๆ โดยเฉพาะคืนนี้อีก คงเป็นเพราะสมาชิกที่เคยเป็นผู้ร่วมอพยพที่ PlayCube ก็หายหน้าหายตาไปหมด จากบรรยากาศที่มีคนมากมายตั้งแต่ช่วงค่าย มาเหลืออยู่คนเดียวที่ PlayCube ก็เลยรู้สึกเหงาพิลึก

หวังว่าจะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้โดยไม่บ้าเสียก่อน และรอดชีวิตไปขึ้น CX713 พรุ่งนี้ได้

Edit (21:53) – จริงๆ ไปสิงค์โปร์ก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีนะครับ เพราะไปก็ไม่รุ้จะทำอะไรอยู่ดี ก็คงไปนั่งๆ นอนๆ อ่าน Steve Jobs ต่อให้จบ เฮ้อ…

เฮ้อ…