Adapting yourself may be easier than changing others.

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้มาร่วมทำงานในการจัดค่ายที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยมีเยาวชนเวียดนามเข้าร่วมประมาณเกือบ 20 คน พร้อมกับบุคลากรที่เป็นอาสาสมัครเยาวชนอีกสักประมาณ 10 กว่าคน

ซึ่งการมาทำงานในครั้งนี้ในฐานะที่เราเป็นมืออาชีพในการทำงาน พบว่าต้องปรับตัวอย่างมากในการทำงานร่วมกับทีมงานของเวียดนามที่อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดค่ายสักเท่าไหร่ และปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่พบคือความตรงต่อเวลา Continue reading “Adapting yourself may be easier than changing others.”

Advertisements

PPP—progress, plans and problems.

พอดีวันนี้มีโอกาสได้ผ่านไปเจอกระบวนการที่ชื่อว่า Progress, Plans and Problems หรือที่ย่อว่า PPP เป็นกระบวนการของการทำรายการเพื่อสถานะการทำงานในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ที่กำหนด (เช่นสัปดาห์, เดือน หรือไตรมาส) เพื่อใช้สื่อสารให้กับเพื่อนร่วมทีม บุคคลอื่นในองค์กร รวมถึงตัวเราเองว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเรามีทำการงานเป็นอย่างไรบ้าง Continue reading “PPP—progress, plans and problems.”

I’m the Boss

I’m the Boss

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็บ่นชีวิตมนุษย์เงินเดือนกันนะครับ ไม่รู้ทำไม แต่ถ้าดูเพื่อนๆ รอบๆ ตัวหรือกระแสสังคม ก็มักจะโอดโอยกับชีวิตการเป็นลูกน้องว่ามันแสนสาหัสอย่างนั้น แสนสาหัสอย่างนี้ อย่างเพจเรียนเจ้านายที่เคารพที่ก็ดูจะป๊อปน่าดูเหมือนกัน

ถึงผมคงจะบอกไม่ได้ว่าชีวิตลูกน้องมันจะดีจะงามหรือบัดซบยังไงมากเท่าไหร่ เพราะชีวิตนี้ไม่เคยได้ผ่านช่วงเวลานั้นมา คงจะไม่เข้าใจอะไรทำนองนั้น แต่ก็อยากจะมาแชร์ว่า จริงๆ แล้วชีวิตบอสนี่มันก็ไม่ได้งดงามอย่างที่ทุกคนคิดนะครับ Continue reading “I’m the Boss”

ถูกจิต ถูกใจ

วันนี้จะมาอัปบล็อก #masathaly บ้างครับ

เหตุผลก็คงสืบเนื่องมาจากตอนนี้กลับมาทำค่าย หลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน นอกจากว่าตอนนี้จะผมร่วงจนเป็นหมาขี้เรื้อน กับผิวลอกหน้าลอกจนอุบาทว์แล้ว บรรยากาศการทำงานที่เราไม่ได้เป็นประธานงาน ก็ออกจะดูแปลกหูแปลกตาดีเหมือนกันนะฮะ

เมื่อสักเกือบสัปดาห์ก่อน ผมโพสท์บล็อก That Rock บน Cubic Blog ไป เนื้อหาหลักๆ ก็คงพูดถึงการทำงานกับคนที่เราไม่ได้ถูกจริตด้วย การปรับจิตใจของเรานั้นง่ายกว่าการแก้ไขคนอื่นอยู่โข มาที่บล็อกของตัวเอง ผมก็มีเรื่องอยากจะเสริมในลักษณะส่วนตัวอยู่เล็กน้อย

เรื่องแรก

ถึงจะพยายามปรับความคิดให้รับได้กับคนที่เราไม่ชอบ ก็ไม่ใช่แปลว่าทำได้สำเร็จทุกครั้ง หรือจะไม่ต้องการอยากทำงานกับคนที่ถูกจริตด้วยหรอกนะครับ สำหรับผม เวลาทำงานกับคนที่ทำอะไรขัดหูขัดตาเนี่ย ก็พาลจะบั่นทอนจิตใจได้อยู่เรื่อยๆ

ถ้าถามผม ผมชอบทำงานกับคนที่ลุยๆ เต็มที่กับการทำงาน จะทำผิดทำถูกทำห่วยแค่ไหนก็ตามแต่ แต่ถ้าพยายามตั้งใจทำเต็มที่ มันก็ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ ที่ทำงานด้วย จะบ่น จะดุ จะด่าอะไร ก็รู้สึกเกรงใจในความตั้งใจนั้นๆ อยู่พอสมควร

ต่อมา ผมจะไม่ชอบคิดเล็กคิดน้อย ขี้บ่น จุกจิก อย่างที่บอกไปว่าเวลาทำงานกันเนี่ย มันก็มีคนนู้นคนนี้ทำอะไรให้เราไม่ชอบไม่ชื่นไม่ชมอยู่แล้ว จะมาบ่นนั่นบ่นนี่อยู่ตลอดเวลาก็คงน่าเบื่อที่จะฟัง จนหลายๆ ทีก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ชอบที่จะจับผิดชาวบ้านชาวช่องเขาเสียเหลือเกิน

สุดท้าย ก็คงเป็นประเภทที่แฟร์ๆ เรื่องไหนเรื่องไหนก็แบ่งได้เป็นเรื่องๆ จบเรื่องนี้ก็ไม่ค้างมาอีกเรื่อง เวลาทำงานด้วยแล้วสบายใจ เพราะต่อให้มีความขัดแย้งอะไรที่การทำงานปกติต้องมี เราก็มั่นใจว่ามันจะไม่ลามไปเรื่องอื่นๆ

เรื่องที่สอง

การให้เกียรติกันเวลาอยู่ในสังคมการทำงาน ดูจะเป็นเรื่องสำคัญอยู่ไม่น้อยนะครับ เพราะเวลาคนเราอยู่ด้วยกัน ก็คงเป็นเรื่องปกติที่เราคาดหวังให้คนอื่นแสดงการยอมรับกับเรา ถ้ามีอะไรในตัวเราที่เขาไม่ชอบ เขาไม่ยอมรับ ก็คงจะทำให้อึดอัดอยู่พอดู

การให้เกียรติกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ว่าเรายอมรับและให้เกียรติในทุกความคิด ความเชื่อ นิสัย ศาสนา วัฒนธรรม จริต และรสนิยมของคนนั้นๆ แม้ว่าจะแตกต่างกับเราอยู่พอสมควร

ทุกวันนี้ผมก็พอจะรู้ตัวนะครับว่า ผมสามารถที่จะยอมรับและให้เกียรติหลายๆ คนได้อย่างดี ในขณะที่คงบกพร่องกับหลายๆ คนไปบ้าง ในขณะที่ก็มีหลายๆ คนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า เขาไม่ได้ยอมรับและให้เกียรติกับผมเสียสักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าผมก็ไม่ได้ให้เกียรติเขาได้ดีมากพอด้วยแล้ว จะทำงานด้วยกันไปในระยะยาวก็คงยากจริงๆ

 

แล้วคนอื่นๆ ล่ะครับ? คนที่ถูกจิตถูกใจเป็นแบบไหน?