วันนี้แผนการหลักๆ คือการไป Himeji Castle กับกินเนื้อโกเบ เริ่มจากตอนเช้าตื่นมาแต่เช้าตรู่เพราะยังเจ็ทแลคหน่อยๆ นอนเล่นเรื่อยเปื่อย ทานอาหารเช้าเสร็จก็รีบออกไป Himeji โดยนั่งรถไฟ JR เหมือนเดิม แต่ต้องไปเปลี่ยนเป็นขบวน Special Rapid ที่สถานี Sannomiya จะได้เร็วขึ้น การเดินทางรวมใช้เวลาประมาณ 40 – 50 นาที

พอไปถึงเดินออกมา ทางออกจะมีป้ายชี้ทางตั้งแต่ชานชาลามาเรื่อยๆ เลยว่าถ้าจะไป Himeji Castle ต้องออกทางออกไหนทางไหนยังไง พอตามป้ายออกมาทางออกสถานีก็จะเห็นปราสาทตระหง่านอยู่ลิบๆ ไม่มีทางเดินหลงแน่นอน

เดินออกมาก็เห็นปราสาทเลย เดินตามถนนตรงไปเรื่อยๆ ได้เลยไม่มีทางหลง

พอไปถึงก็เข้าไปตามทางเรื่อยๆ ตามมวลหมู่ขบวนนักท่องเที่ยวที่มุ่งตรงไปที่เดียวกัน พอได้เห็นใกล้ๆ ก็พบว่า เออ มันใหญ่กว่าที่คิดเหมือนกัน และเหมือนจะใหญ่สุดในบรรดาปราสาทญี่ปุ่นที่เคยๆ ไปมาเลยมั้ง (หรือเพราะเพิ่งมีโอกาสเข้าใกล้ๆ อันนี้อันแรกก็ไม่รู้)

World wonder of the Renaissance era. Requires Gunpowder. +1 Culture and +2 Great Engineer points. +15% combat strength for units fighting in friendly territory. Provides a free Castle in the city in which it is built.

ที่นี่ก็จะต้องเสียค่าเข้าชม 1,000 เยน คิวไม่ยาว จ่ายบัตรเครดิตได้ ก็เดินเข้ามาก่อนที่จะเข้าปราสาท ก็แวะไปดูส่วนที่เป็นเหมือนรั้ว (ไม่รู้จะเรียกว่ายังไง) ทางฝั่งทิศตะวันตกก่อน ซึ่งเค้าก็จะให้เดินตามทางข้างในนั้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมาถึงทางเข้าปราสาทอีกที

ซึ่งพอค่อยๆ ดูรายละเอียดต่างๆ ที่เค้านำเสนอแล้ว ก็เลยเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมใน Civilization V มันถึงมีคุณสมบัติที่เป็นเรื่องการป้องกันเป็นหลัก เพราะรายละเอียดการออกแบบต่างๆ ถูกทำมาให้เป็นปราสาทที่ปลอดภัยสุดๆ ตั้งแต่ว่ากว่าที่จะเข้าไปถึงปราสาทตรงกลางได้ จำเป็นต้องผ่านทางเดินยาวๆ อ้อมๆ เหมือนเขาวงกตที่จะเพิ่มโอกาสให้ฝ่ายป้องกันโจมตีได้ก่อน ไปจนถึงเข้าไปแล้วมีจุดซ่อนตัวสำหรับให้ทหารสามารถซ่อนและออกมา ambush ลอบโจมตีได้ อะไรเทือกนั้น ซึ่งรายละเอียดการออกแบบต่างๆ ก็รู้สึกว่าเป็น breakthrough การพัฒนาอย่างมากในสมัยนั้น (เลยเข้าใจด้วยว่า ทำไมถึงได้ Great Engineer Point ฮา…)

อันนี้เขาอธิบายถึงการเรียงหินตรงมุม ทำยังไงให้แข็งแรงไม่ให้มันสไลด์ลงมา
อันนี้คือเวลาเอาไม้มาต่อกันทำยังไง
ตรงนี้เป็นแท่นวางปืนในปราสาท เวลาถ้าโดนตีก็มาหยิบปืนไปยิงออกจากตามรูยิงต่างๆ รอบปราสาทได้
ตรงมุมนี้ชั้นบนสุดของปราสาท เขาบอกว่ามันไม่มีหน้าต่างอยู่ แต่ในช่วงที่เขาจะบูรณะปราสาทพอมารื้อผนังแถวนี้ก็เจอว่ามันเคยมีหน้าต่างอยู่ข้างใน เพราะฉะนั้นถ้ามันเคยมีหน้าต่างอยู่จริง ก็จะทำให้ชั้น 6 บนสุดนี้กลายเป็นห้องที่ชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา ทั้งนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถูกปิดไป
เป็นเจ้าเมืองสมัยนั้นก็คงได้เห็นวิวแบบนี้คงรู้สึกยิ่งใหญ่พิลึก
อันนี้ที่เข้าไปซ่อนสำหรับทหารออกมาซุ่มโจมตี

ซึ่งโดยรวมทั้งหมดใช้เวลาไปเยอะกว่าที่คาด ช่วงหลังๆ เลยต้องเร่งขึ้นมานิดหนึ่งเพราะต้องกลับมาที่สถานี Sannomiya ให้ทัน เพราะจองร้านเนื้อโกเบชื่อดังไว้ตอนบ่ายโมง และตัดสินใจมาทานเป็นมื้อกลางวันเพราะถูกกว่ามื้อเย็นเยอะ โดยร้านชื่อ Misono อยู่ที่สถานี Sannomiya

เอามาวางให้ดูก่อน
แล้วก็มาทำ ถามก่อนด้วยว่าอยากได้สุกแค่ไหน
เนื้อนุ่มมาก ฟิน

ซึ่งก็รู้สึกประทับใจ เนื้อนุ่มมากแบบละลายในปากอย่างที่เคยได้ยินมา รวมค่าเสียหายทั้งมื้อประมาณเกือบ 3,000 เยน ถือว่าถูกอยู่เหมือนกัน

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมไปเก็บของเพื่อเตรียมย้ายไปนอนที่ Osaka คืนนี้ โดยนั่ง JR สายเดิมมาเปลี่ยนที่สถานี Osaka ไปสาย Osaka Loop Line ไปสถานี Tsuruhashi แล้วเดินไปอีกหน่อยไป Sheraton Miyako Hotel Osaka ซึ่งเป็นโรงแรมที่ไม่มีความน่าประทับใจอะไรเลยสักเรื่อง คิดว่าคงไม่พูดถึง

แล้วก็สลบเหมือดไป หมดวัน จบข่าว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s